เราอาจจะไม่ได้เห็นการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม
ที่ผมจะแจกแจงดังต่อไปนี้
ประการแรก เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาให้จัดการเลือกตั้งทั่วไป 2 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันที่ 23-27 ธันวาคม เป็นวันรับสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และกำหนดให้วันที่ 28 ธันวาคม 2556 - 1 มกราคม 2557 เป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต
กกต.กำหนดวันรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันที่ 31 ธันวาคม 2556 -1 มกราคม 2557 ทั้งที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.วันที่ 15 ตุลาคม 2556) กำหนดวันดังกล่าวเป็นวันหยุดยาว 5 วันในช่วงเทศกาลปีใหม่
ประการที่สอง การกำหนดให้สนามกีฬาไทย ญี่ปุ่นเป็นสถานที่รับสมัครส.ส. แต่ปรากฏว่ามีตัวแทนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไปตรวจรับเอกสารตัวแทนพรรคการเมือง ในสถานีตำรวจดินแดง เพราะพรรคเหล่านั้นไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่รับสมัครได้
โดยก่อนหน้านี้ ตัวแทนพรรคการเมือง 9 พรรค และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ "ลักหลับ" คนไทยด้วยการให้พรรคเหล่านั้นเข้าไปยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่เวลาตี 3 ของเช้าตรู่วันที่ 23 ธันวาคม
ประเด็นนี้มีปัญหาต้องตีความเรื่อง "เวลา" การเปิดรับสมัคร แม้ว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง จะบอกว่ากระบวนการรับสมัครยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
เรื่องนี้มีบทเรียนเรื่องการ "แอบกระทำ" แบบ "ลับๆ ล่อ" เมื่อครั้งมีกรรมการการเลือกตั้งชุดหนึ่งในอดีต รู้เห็นเป็นใจแก้ไขเอกสาร เงื่อนเวลาการสังกัดพรรคการเมืองของพรรคเล็ก เพื่อให้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไปแอบทำกลางดึก ปรากฏว่า ศาลมีคำตัดสินว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ มีการลงโทษเจ้าหน้าที่กกต.คนหนึ่งโดยการ "ไล่ออก"
คำถามคือกกต.ชุดใหม่นี้พร้อมติดคุกหรือไม่
ประการที่สาม เป็นเจตนา ที่กกต. ต้องการให้กระบวนการรับสมัครมีปัญหาด้านข้อกฎหมาย เพราะต้องให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ตามที่ได้มีความเห็นไปก่อนหน้านี้ เพราะไม่อยากจัดการเลือกตั้งท่ามกลางบรรยากาศที่วุ่นวาย แต่ที่ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง เพราะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปยืนยันกับกกต.ด้วยตัวเอง ว่าให้เดินหน้าจัดเลือกตั้ง โดยจะมอบให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม ดูแลด้วยความปลอดภัย และจัดการความวุ่นวาย ซึ่งเอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้
ทหารไม่เอากับตำรวจ ปล่อยให้ตำรวจเผชิญหน้ากับประชาชน
ไม่ว่าจะประการใดก็ตามเวลานี้มีความเคลื่อนไหว 2 ด้าน
ด้านหนึ่ง "ในทางสว่าง" สุเทพ เทือกสุบรรณ ทำเอามวลชนช็อกไปตามๆ กันเมื่อไปพามวลชนที่ชุมนุมด้านหน้าสนามกีฬาไทย ญี่ปุ่น กลับราชดำเนิน ทั้งที่ปิดล้อมมาแล้ว 2 วัน 2 คืน และยังเหลือวันรับสมัครอีก 3 วัน
เรื่องนี้ พออธิบายได้จากคำปราศรัยของวิทยากรบนเวทีราชดำเนิน ที่พบว่า การจัดการเลือกตั้งมีปัญหาขอให้มวลชนเตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับร้องคัดค้านการเลือกตั้ง
กรณีนี้ดูเหมือน "สุเทพ" เองก็ทราบว่าการรับสมัครครั้งนี้มีปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งก่อนไปนำมวลชนกลับ นิติธร ล้ำเหลือ ทั้งในฐานะแกนนำกปปส.และนักกฎหมาย ได้เข้าพบ "สุเทพ" สองต่อสอง เราจึงได้เห็น "สุเทพ" ต้องไปนำมวลชนกลับ
ขืนอยู่ต่อก็มีประเด็นปัญหาระหว่างมวลชน กับสื่อมวลชน
ด้านหนึ่ง "ในทางลับ" คนที่ชื่อย่อ "ส" กำลังวิ่งหาทางให้มีการเลื่อนเลือกตั้งออกไป เพราะในฐานะนักกฎหมาย นั้น พบมีข้อกฎหมาย ที่ดูแล้วการเลือกตั้งเดินต่อไปไม่ได้
การเลื่อนการเลือกตั้ง จึงเป็นทางออกโดยเพื่อไทย จะฉวยโอกาสนี้บอกกับประชาชนว่า ให้ "ปฏิรูปประเทศไทย" ซึ่งสามารถใช้โฆษณาชวนเชื่อว่ารัฐบาลเห็นด้วยกับแนวทางปฏิรูปประเทศไทย
เลื่อนการเลือกตั้งจึงมีโอกาสสูง อยู่ที่ว่าใครจะฉวยโอกาสนี้อธิบาย เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองอย่างไร






