วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปประเทศไทย ควรศึกษาบทเรียนจากอดีต

การจะปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย โปร่งใส และเป็นธรรม ควรศึกษาจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ด้วย

เพราะถ้าเราไม่สนใจ ไม่เรียนรู้ จากประวัติศาสตร์ เราก็จะเดินแบบคนหลงทาง ไม่รู้ว่าเรามาจากไหนและควรจะไปทางไหน

14 ตุลาคม 2516 นักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตยแบบรัฐสภาได้สำเร็จ เพราะนักศึกษาเป็นฝ่ายริเริ่มออกแรง ช่วยให้ชนชั้นสูง ชนชั้นกลางกลุ่มอื่นมาแย่งอำนาจจาก 3 ทรราช นักศึกษาประชาชนและปัญญาชนอย่าง ดร. ป๋วย อึ้งภากรณ์ เรียกร้องการปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคม (รวมทั้งการศึกษา) หลายเรื่อง แต่ชนชั้นนำกลุ่มที่ได้อำนาจรัฐมาจากการเลือกตั้ง เป็นพวกจารีตนิยมที่มุ่งรักษาผลประโยชน์ของตน ไม่สนใจจะปฏิรูปเพื่อกระจายความเป็นธรรมให้ใน 3 ปีต่อมา ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ชนชั้นนำได้ใช้กองกำลัง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและอันธพาลปราบปรามขบวนการนักศึกษา ประชาชน อย่างบ้าคลั่งและโง่เขลา ทำลายโอกาสที่ปัญญาชนและคนที่เริ่มตื่นตัวทางการเมืองจะร่วมมือกันปฏิรูปเศรษฐกิจสังคม การเมืองได้อย่างมีความหวังในตอนนั้น และทำให้ประเทศไทยถอยหลังตกต่ำตั้งแต่ 37 ปีที่แล้วมาจนถึงยุคปัจจุบัน

การที่ชนชั้นนำไทยเป็นพวกจารีตนิยมที่ใจแคบ เห็นแก่ตัว พัฒนาประเทศในแนวทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดที่เป็นบริวารบรรษัทข้ามชาติทำให้คนรวยกับคนจนแตกต่างกันมากขึ้น คนส่วนใหญ่ทั้งจนและไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง จึงเปิดช่องทางให้นักธุรกิจการเมืองผลัดกับนายทหารเป็นผู้ปกครอง หาผลประโยชน์ให้ชนชั้นแบบไม่ค่อยแบ่งให้ประชาชนมาโดยตลอด จนกระทั่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดระบอบทักษิณการเข้ายึดอำนาจรัฐโดยกลุ่มนักธุรกิจการเมืองที่แสวงหาประโยชน์ให้พวกตนเองได้อย่างกว้างขวางลึกซึ้ง เป็นระบบ และแนบเนียนซ่อนเร้นยิ่งกว่าชนชั้นนำกลุ่มใด

ระบอบทักษิณทำให้คนหลงเชื่อว่ารัฐบาลพวกเขากำลังทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า คนจนได้ประโยชน์ แต่เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างฉาบฉวย เพราะการลงทุนและการค้าขายกับบรรษัทข้ามชาติและทุนขนาดใหญ่ ขนาดกลางเท่านั้น การกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่เป็นธรรมเพิ่มขึ้น ประชาชนและแรงงานไทยมีการศึกษา ความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมตกต่ำลง เมื่อเปรียบเทียบประเทศอื่น และประเทศไทยมีปัญหาคอร์รัปชัน การเอาเปรียบ ความขัดแย้ง หาความรุนแรง และปัญหาสังคมด้านต่างๆ สูงขึ้นเป็นลำดับต้นๆ ของโลก

บทเรียนที่เราควรเรียนรู้จากอดีตคือ ช่วงหลัง 14 ตุลาคม 2516 นักเรียน นิสิตนักศึกษา และคนหนุ่มสาวที่ตื่นตัว มีการจัดตั้งกลุ่มองค์กร ศึกษาปัญหา ไปร่วมการฟังอภิปราย สัมมนา ไปศึกษาและแลกเปลี่ยนกับชาวนา และประชาชนในชุมชนต่างๆ เรียกร้องเรื่องการปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม การปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปการคลังแบบระบบภาษีอากร และการปฏิรูปด้านต่างๆ รวมทั้งการศึกษา มีการเขียนประวัติศาสตร์ ศิลปะวรรณกรรม ฯลฯ แนวที่มองเห็นบทบาทของประชาชนเพิ่มขึ้น

ในหมู่ชาวนา คนงาน และประชาชนทั่วไป มีการจัดตั้งสหพันธ์ชาวนา ชาวไร่ ช่วยให้ชาวนา ชาวไร่ รวมตัวกันเรียนรู้ปัญหา สร้างอำนาจต่อรอง พัฒนารายได้และอาชีพของตนให้ดีขึ้น การจัดตั้งสหภาพแรงงาน คนงานสนใจศึกษาพัฒนาตัวเองได้ และ คิดถึงประโยชน์ในระยะยาวของส่วนรวมเพิ่มขึ้น การพัฒนาของกลุ่มอาชีพที่สำคัญ 2 กลุ่มนี้ รวมทั้งการที่ประชาชนตื่นตัวเลือกตั้งส.ส. พรรคพลังใหม่ สังคมนิยม ฯลฯ โดยไม่ซื้อเสียงขายเสียงทำให้ประเทศไทยในตอนนั้นทำท่าว่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่การที่ชนชั้นสูงทำลายขบวนการนักศึกษาประชาชนด้วยข้ออ้างแบบเกินจริงว่าเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มนิยมคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงทำให้เกิดสงครามประชาชนที่ขยายตัวไปกว่า 30 จังหวัด และเกิดความสูญเสียอย่างมากกว่าที่สงครามนี้จะยุติลงได้ใน 4-5 ปีต่อมา

เมื่อไทยไม่ได้จะปฏิรูปการศึกษาให้เจริญก้าวหน้าและเศรษฐกิจการเมืองให้เป็นธรรมและโปร่งใส ชนชั้นผู้ปกครองกลุ่มน้อยก็พัฒนาประเทศไปในแนวทางทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารบรรษัท ทุนข้ามชาติ เศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม การค้าและการบริการ เติบโตอย่างฉาบฉวย ด้วยการส่งเสริมการลงทุนของทุนต่างชาติและทุนขนาดใหญ่ กดขี่ขูดรีดทั้งแรงงาน ผู้บริโภค และทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้มีการพัฒนาทางวัตถุ เกิดคนชั้นกลาง และคนทั่วไปที่มีเงินในบริโภคสินค้าและบริการได้มากขึ้น แต่กลับมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ปัญหาความยากจนขาดแคลน ปัญหาความเสื่อมโทรมทางวัฒนธรรมแบบการมุ่งไปสู่การแข่งขัน หาเงิน เอารัดเอาเปรียบ ฉ้อโกง อย่างเห็นแก่ตัว และก่ออาชญากรรมมากขึ้น

การที่ชนชั้นนำไทยเห็นแก่ตัวและโง่เขลา ไม่ปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมแบบกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา ที่มีคุณภาพให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม เป็นตัวการที่ทำให้เกิดระบอบทักษิณหรือระบอบที่นักธุรกิจการเมืองรวบอำนาจเป็นทั้งเผด็จการนายทุนและเผด็จการรัฐสภาทุจริตฉ้อฉล หาผลประโยชน์ทับซ้อน พวกเขาแทรกแซงครอบงำทำให้ระบบราชการ ทหาร ตำรวจ อ่อนแอลง ใช้ระบบซื้อตัว เล่นพวก ทำงานรับใช้พวกเขามากกว่าเพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ ใช้นโยบายประชานิยม การจัดตั้งและการโฆษณาชวนครอบงำให้ประชาชนราวครึ่งหนึ่งศรัทธา เชื่อว่าพวกเขากำลังช่วยคนจนมีโอกาสรวยขึ้น ทำให้ประชาชนเกิดความขัดแย้งแตกแยกเป็น 2 กลุ่ม และทำให้ประเทศไทยยิ่งตกต่ำลงไปอีก

การลุกฮือต่อต้านระบอบทักษิณมาจากแนวร่วมหลายฝ่าย ส่วนใหญ่มาจาก คนชั้นสูงและชั้นกลาง รวมทั้งกลุ่มเจ้าที่ดิน นายทุนแห่งชาติ ที่เห็นว่าการที่กลุ่มทักษิณรวย รวบอำนาจมากไป โกงมากเกินไป พร้อมจะร่วมมือกับทุนต่างชาติเพื่อหาประโยชน์จากประเทศไทยมากไปเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีเพื่อไปแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ดีขึ้น เพราะกลุ่มทักษิณเป็นทุนผูกขาดข้ามชาติที่มองไทยเป็นแหล่งผลประโยชน์แหล่งหนึ่งเท่านั้นแม่จะมีปัญญาชนกลุ่มเสรีก้าวหน้าเข้าร่วมด้วย และต้องการจะปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นธรรมขึ้น แต่แนวทางการปฏิรูปในขั้นนี้คงเป็นได้แค่แนวเสรีนิยม

ประชาชนไทยยังต้องศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขประเทศไทยอย่างวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและทิศทางใหญ่ต้องก้าวข้ามการยึดติดเลือกข้างชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง และมุ่งหาทางปฏิรูปด้านความรู้ ความคิด จิตสำนึก ช่วยให้คนทั้งประเทศตื่นตัวในแนวทางเสรีนิยมก้าวหน้าหรือสังคมนิยมประชาธิปไตย ที่ตระหนักเรื่องการป้องกันและ ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้วย ประชาชนจึงจะสามารถปฏิรูปตนเองให้เข้มแข็ง มีอำนาจต่อรองทางปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมอย่างถึงรากถึงโคนให้เกิดความเป็นธรรมและเจริญรุ่งเรืองเพื่อคนส่วนใหญ่ได้อย่างยั่งยืนหรือยาวนาน