คำถามยอดฮิตติดปาก ที่ใครต่อใครถามกันในเวลานี้ คือ จะมี "การเลือกตั้งไหม?" แต่ก็เป็นคำถามที่ใครๆ ก็ให้คำตอบได้ยากเหลือเกิน
ท่ามกลางความเห็นต่างของกลุ่มต่างๆ ในสังคมเวลานี้ ฝ่ายหนึ่งอยากจะให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น อีกฝ่ายยังไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเกิด อยากให้มีการปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นเสียก่อน แต่น่าจะครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม
ในระหว่างนี้จะเกิดอะไรขึ้น เชื่อแน่ว่ายังไม่มีใครที่จะให้คำตอบได้ชัดเจน ตรงกันข้าม ในทางการเมืองก็คงไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เราจะเห็นได้ว่า วันนี้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคน เข้าพรรคโน้น ออกพรรคนี้ กันเป็นว่าเล่น นาทีนี้ใครรักใครชอบใคร ก็เลือกกันไป
ที่เห็นชัดเจนวันนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มมัชฌิมา ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่ม เป็นม้าเร็ว หอบหิ้วพลพรรค กว่า 10 ชีวิต ย้ายออกจากภูมิใจไทย เข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย แบบไม่รีรออะไรทั้งสิ้น
ว่ากันว่า กลุ่มนี้ "มีใจออกห่าง" จากพรรคภูมิใจไทยมานานแล้ว แม้ฉากหน้ายังอยู่กันได้ แต่ในความเป็นจริง ก็อยู่ในสภาพ "คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก" เอาเป็นว่า แกนนำกลุ่มนี้มีเยื่อใยต่อ "นายใหญ่" อยู่ตลอดเวลา การไปอยู่กับ "เสี่ยเนวิน" ใช่ว่าจะเป็นอย่างที่คิด ต่างจากแรกๆ ที่ยังหวานชื่น
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ "สมศักดิ์" จะบอกว่า เป็นคนดั้งเดิมของพรรค ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน นั่นหมายถึงตัวไป แต่ใจยังอยู่กับกลุ่มนี้มากกว่า แม้เจ้าตัวจะบอกว่าการทำพรรคการเมืองขนาดเล็ก ในภาวการณ์แบบนี้ไม่เหมาะก็ตาม แต่ตลอดเวลาที่เว้นวรรคทางการเมือง การพบปะของ "สมศักดิ์" กับ "นายใหญ่" เรียกว่า มีอย่างไม่ขาดหาย
อีกหนึ่งกลุ่มที่ชัดเจน ประกาศตัวเดินออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา นั่นคือ กลุ่มของ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กลุ่มนี้มีอยู่ร่วม 10 ชีวิต ได้อำลาพรรคชาติไทยพัฒนาเรียบร้อยแล้ว หลังจากอยู่ร่วมชายคากันมาเมื่อ 21 เมษายน 2554 การเข้าสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนาครั้งนั้น ไปพร้อมกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ การย้ายค่ายของกลุ่มนี้ สร้างความฮือฮาให้กับพรรคประชาธิปัตย์ไม่น้อยขณะนั้น
ประดิษฐ์ ถือเป็นแกนนำคนสำคัญ ที่จะต้องนำพาลูกทีมให้ยืนอยู่ได้ในสนามการเมือง คงครุ่นคิดมานานพอสมควร มาวันนี้ลูกทีม 4-5 คน ตัดสินใจโบกมือลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนจะเข้าสังกัดพรรคไหน หรือจะทำพรรคการเมืองเอง อยู่ระหว่างการสุมหัวคิดอยู่ เป็นกลุ่มที่น่าติดตามอย่างยิ่ง แต่สำหรับ ประดิษฐ์ แล้ว ชัดเจนว่าจะขออยู่เบื้องหลังเท่านั้น
ต่างจาก เฮียพินิจ จารุสมบัติ เจ้าพ่อยางพารา ประกาศชัดเจน หากการเมืองอยู่ในสภาพนี้ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว ส่วนใครจะย้ายไปอยู่ไหน อย่างไร ไม่สน แม้กระทั่งลูกพรรคที่เคยอยู่มาด้วยกัน
ฉะนั้น หลายคนประเมินว่า หากรอบนี้มีการเลือกตั้งจริง โอกาสที่จะเกิดพรรคเล็กแบบดอกเห็ดก็เป็นได้ บนสมมติฐานที่ว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ "บอยคอต" การลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจลงสมัคร การทำพรรคขนาดเล็กอาจจะไม่เอื้ออำนวย ฉะนั้นโอกาสที่จะไหลรวมกับพรรคเพื่อไทย ก็เป็นไปได้สูง
ฉะนั้น นาทีนี้ทุกกลุ่มกำลังมองหาโอกาสความได้เปรียบในเชิง "ทุน"มากกว่า แม้แต่อดีต ส.ส.ใต้ ประชาธิปัตย์ อย่างน้อย 3 ชีวิต ก็ยังไหลเข้าเพื่อไทย
ส่วน พรรคเพื่อไทย ฟันธงว่า การเลือกตั้งต้องมีแน่ๆ แต่ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งไม่ใช่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะรู้ดีว่าเป็นรัฐบาลที่อายุสั้น แต่คนที่ถูกจัดวางไว้เป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งวันนี้ กลับเป็นมือกฎหมายอย่าง พงศ์เทพ เทพกาญจนา เพราะถึงอย่างไร ประเทศก็ต้องการคนที่รู้เรื่องกฎหมายเข้ามาจัดการหลังเลือกตั้ง การวาง พงศ์เทพ เป็นเบอร์หนึ่ง ย่อมมีนัยสำคัญในทางการเมือง
ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีเสียงจาก "นายใหญ่" เล็ดลอดมา ทำนองว่า หาก ประชาธิปัตย์ "บอยคอต" เลือกตั้งรอบนี้จริง จะขอให้คนในตระกูล "ชินวัตร" ที่เกี่ยวพันกันทั้งหมด "เว้นวรรค" ไปเลย
จริงๆ แล้ว ควรจะประกาศเว้นวรรคไปเสียเลย โดยไม่ต้องสร้างเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น น่าจะดีกว่า "แทงกั๊ก" อย่างนี้...









