ผบ.สส.นำทีมผู้บัญชาการเหล่าทัพพร้อมปลัดกลาโหมร่วมวงเสวนาหาทางออกประเทศ... ธนะศักดิ์ เปิดใจประเทศเหมือนร่างกาย วันนี้มีปัญหาต้องซ่อมแซม
อยากให้ความขัดแย้งจบแบบ วิน-วิน ย้ำทหารต้องอยู่ในกฎ
ไม่อย่างนั้นกลายเป็นโจร ด้าน กปปส.จี้กองทัพยืนข้างประชาชน มั่นใจไม่มีเลือกตั้ง ปริญญา แนะทำประชามติวันเลือกตั้งหาทางออกประเทศ ขณะที่ จาตุรนต์ เตือนสภาประชาชนไม่ราบรื่น มวลชนอีกฝ่ายไม่ยอมแน่
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาสาธารณะหาทางออกประเทศ ที่ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ทุกเหล่าทัพและปลัดกระทรวงกลาโหมเข้าร่วม พร้อมด้วยแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และนักวิชาการ ใช้ชื่อเวทีว่า ความสงบสุขและประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวนำการเสวนาว่า จุดประสงค์คือต้องการให้ประเทศรุ่งเรือง ที่ผ่านมาหลายครั้งที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พูด ตนไม่ได้ฟังหรือฟังก็ไม่รู้เรื่อง เพราะถูกฝึกมาทางทหาร เกี่ยวกับการเมืองไม่รอบรู้และไม่เก่ง วันนี้หากคนทั้งประเทศได้ฟัง ก็จะได้แสดงความเห็นออกมา และมั่นใจว่าเป็นประโยชน์
ทำไมผมจึงใช้ห้องนี้ คือ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ เพราะชื่อก็มีความหมาย การเสวนาตรงนี้ไม่ได้หวังให้สำเร็จ แต่เป็นเวทีเปิดกว้าง ห้องนี้พูดภาษาไทย หากไม่รู้คือไม่ใช่คนไทย ห้องนี้ใช้ภาษาเดียวกัน ทุกคนรักประเทศไทยเหมือนกัน ประเทศไทยเหมือนร่างกาย ซึ่งร่างกายมีปัญหากันอยู่ ต้องซ่อมอวัยวะบางส่วน เช่น บายพาส คือให้ชีวิตรอด
ทหารจำเป็นต้องมีหน้าที่ปฏิบัติ คือ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของรัฐ ผลประโยชน์ของชาติ ปกป้องชีวิตทรัพย์สินประชาชน เราต้องปฏิบัติตามทุกอย่างด้วยเหตุผล ที่ผ่านมาสิ่งต่างๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนหากเข้าใจกันก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ผมคุมคน 420,000 คน 60% ถืออาวุธ ฝึกอาวุธรบกับอริราชศัตรู หากผมไม่คุมคนด้วยกฎระเบียบ และอยากให้ผมไปทำอะไร ผมไป ผมก็เป็นกองโจรขนาดใหญ่ ประเทศไทยมีกองโจร 4 แสนคน ผมไม่ได้ถูกออกแบบมาปราบจลาจล แต่เพื่อปกป้องทรัพย์สิน ผบ.สส.กล่าว
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทุกท่านรักชาติเท่ากัน การเสวนาเป็นการระดมความเห็นเพื่อให้ได้แนวคิดที่เป็นประโยชน์ วันนี้ไม่มีข้อสรุปไม่เป็นไร แต่ได้ข้อเสนอแบบไม่มีอคติ และให้ประเทศไปได้ ความสงบความรุ่งเรืองจะเกิด และต้องเป็นการแก้ปัญหาอย่ากลับมาวงจรเดิม
"สุเทพ"ขู่ปลุก 10 ล้านคนไล่นายกฯ
จากนั้น นายสุเทพ ได้กล่าวถึงจุดยืนของ กปปส.ว่าต้องการเร่งเปลี่ยนแปลงประเทศไทย และต้องทำก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ไม่มีประโยชน์ที่จะเลือกตั้งภายใต้กติกาเดิมๆ แนวทางของ กปปส.มีทางเลือก 2 ทาง ทางแรกอาจจะราบเรียบ คือ นายกฯ ต้องลาออกและไม่ตั้งใครมารักษาการ เพื่อเลือกคนดีมาเป็นนายกฯ และเป็นหัวหน้ารัฐบาลตั้งสภาประชาชนมาเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ก็เชื่อว่าคงไม่ยอมกันง่ายๆ ดังนั้นต้องใช้วิธีที่ 2 คือบังคับเอา เพราะนี่เป็นโอกาสเดียวที่จะแก้ไขประเทศไทยให้อยู่รอดยั่งยืน
"ถ้าไม่เป็นไปตามแนวทางแรก ต้องเห็นประชาชนลุกขึ้นสู้หนักกว่านี้ ไม่ช้าจะเห็นคนออกมามากกว่า 10 ล้านคน ผมบอกเลยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีวันเกิดขึ้น ถึงเกิดก็ไม่มีวันสำเร็จ" นายสุเทพ กล่าว และว่า เห็นใจคนชาติตะวันตก เพราะความหมายประชาาธิปไตยของคนเหล่านั้นคือการเลือกตั้ง แต่ความหมายของเราคือการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ชาวตะวันตกไม่เคยเจอแบบนี้ พร้อมเรียกร้องให้ข้าราชการและทหารอยู่ข้างประชาชน
"ปริญญา"แนะทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยก้าวมาถึงระดับประชาธิปไตยที่ประเทศทางยุโรปและอเมริกาไปถึงมาแล้ว คือ มีการถ่วงดุลเสียงข้างมาก จากนี้เป็นต้นไปไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนจะใช้เสียงข้างมากทำตามใจไม่ได้ จึงถือเป็นโอกาสในการปฏิรูปประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภา และกำหนดวันเลือกตั้ง คือวันที่ 2 ก.พ.2557 สิ่งที่อยากเสนอ คือ ในยุโรปกับอเมริกามีการทำประชามติควบคู่ในวันเลือกตั้งเสมอ จึงเสนอให้ทำประชามติในวันเลือกตั้งในเรื่องต่างๆ เช่น การปฏิรูปประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องสภาประชาชน และรัฐบาลที่มาใหม่ต้องผูกพันมติของประชาชน แต่การทำอาจจะต้องแก้กฎหมาย เพราะกฎหมายระบุว่าการทำประชามติต้องมีเวลา 90 วัน
ทหารเสนอลงสัตยาบัน 2 ฝ่ายร่วมปฏิรูป
แหล่งข่าวความมั่นคง กล่าวหลังจบเวทีเสวนาว่า ไม่มีอะไรใหม่ เพียงแต่เป็นการย้ำถึงการเคลื่อนไหวของ กปปส.ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยการโค่นล้มระบอบทักษิณให้หมดไป ส่วนการเดินเกมวันนี้ของ กปปส.เป็นแนวทางที่ต้องเดินเกมวันต่อวัน ขณะที่รัฐบาลก็เดินเกมยื้อเพื่อให้ กปปส.หมดความชอบธรรม โดยต่างฝ่ายต่างช่วงชิงพื้นที่สื่อ ถ้าใครได้ออกสื่อมากกว่าถือว่ามีความได้เปรียบ
สำหรับการแก้ไขปัญที่ถูกจุด คือ การพูดคุยกันในทางลับระหว่างรัฐบาล กับ กปปส. โดยควรที่จะมีการลงสัตยาบันของทั้งสองฝ่ายในการปฏิรูปประเทศ แต่ถ้ายังไม่มีการพูดคุยกัน เชื่อได้ว่าปัญหาจะยืดเยื้อออกไปไม่มีวันจบ
ขอแรงแพทย์ชนบทร่วมตั้ง กปปส.จังหวัด
ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้า ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กปปส.ได้จัดงาน "สมัชชามวลมหาประชาชน" โดยมีมวลชนหลายพันคนเข้าร่วมรับฟังจนแน่นพื้นที่หอประชุมใหญ่
นายสุเทพ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้จะขอให้กลุ่มแพทย์ชนบทเป็นแกนกลางไปประสานงานกับกลุ่มอื่น เช่น ชาวนา พ่อค้า นักธุรกิจ ครู อาจารย์ ในแต่ละจังหวัด ร่วมตัวจัดตั้งเป็น กปปส.จังหวัดให้ได้ เพื่อให้องค์กรประชาชนเข้มแข็ง
"ต่อไปนี้ต้องกอดคอกัน ผนึกกำลังกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สวมเสื้อสีอะไร ต้องร่วมมือกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ต้องเลิกถือเขาถือเรา ต้องมาปรึกษากัน เปิดใจให้กว้างสำหรับทุกฝ่าย และต้องอดทนต่อคำวิจารณ์และคำโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม หรือจากนักวิชาการ ผมก็ถูกบีบสารพัด แต่พวกผมแน่วแน่ทุกคน ไม่แน่วแน่ ไม่หวั่นไหวจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย" นายสุเทพ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเวทีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มี นายเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ทำให้ นายสุเทพ ประกาศขอให้แพทย์ชนบทเป็นแกนกลางในการสร้างเครือข่าย กปปส.จังหวัด
โมเดล กปปส.ไม่ตรง"หมอประเวศ"
วันเดียวกัน สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย ได้จัดเสวนาเรื่อง "ปฏิรูปประเทศไทย ปลดชนวนหรือจุดชนวนสู่หายนะ" โดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอที่นำไปสู่การปฏิรูปการเมืองของ กปปส. มีข้อสังเกต 4 ประการ คือ คือ 1.เปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่ เพราะระบบเลือกตั้งปัจจุบัน กปปส.มองว่าไม่ได้ทำให้ประชาชนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียงอย่างแท้จริง และทำให้ฝ่ายหนึ่งชนะตลอด และอีกฝ่ายแพ้ตลอด
2.มีการทุจริตคอร์รัปชัน 3.ต้องมีรัฐบาลประชาชน และ 4.ต้องมีสภาประชาชน 400 คนโดย 300 คนมาจากการเลือกตั้งของทุกสาขาอาชีพ และ 100 คนจากการคัดเลือกโดย กปปส. ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือว่าไม่ตรงกับข้อเสนอที่ให้มีการปฏิรูปการเมืองหรือปฏิรูปประเทศตามข้อเสนอของ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส อดีตประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ หรือ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ
"สิ่งที่กปปส.ต้องการให้มีสภาประชาชน ผมเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดวิกฤติของประเทศที่ใหญ่กว่าในปัจจุบัน เพราะเชื่อว่าจะมีคนไม่เห็นด้วย มีคนคัดค้าน ทำให้การปฏิรูปประเทศฝ่ายเดียวนั้นไม่ราบรื่น ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นทางออกตอนนี้ คือ ใช้ช่องทางการทำประชามติ แต่ต้องแก้ไขกติกาให้ใช้เกณฑ์เสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ที่มีสิทธิ์ออกเสียง" นายจาตุรนต์ ระบุ
"ยิ่งลักษณ์"เยือนม่อนแจ่ม-ไร้กำหนดกลับ
ที่ จ.เชียงใหม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสดี รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เดินทางจาก อ.เมืองเชียงใหม่ ขึ้นไปตรวจแหล่งท่องเที่ยวบนดอยที่ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสนใจขอถ่ายรูปกับนายกฯ นอกจากนี้ ยังมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และชาวเขาในบริเวณดังกล่าวให้การต้อนรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของนายกฯ ที่ จ.เชียงใหม่ มีขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 และยังไม่มีกำหนดว่านายกฯจะเดินกลับกรุงเทพฯเมื่อใด แต่ตลอดทั้ง 4 วันนายกฯ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกว่าเดิม






