มวลมหาประชาชนภายใต้การนำทัพของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
เลขาธิการคณะกรรมการเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้แสดงพลังไปกดดันรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทำเนียบรัฐบาลไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ประกาศยุบสภา แต่ยังยืนยันที่จะทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทำให้ฝ่ายม็อบยังคงชุมนุมกันต่อไป เพราะต้องการให้นายกฯยิ่งลักษณ์และครม.ลาออก เพื่อเปิดทางให้มีนายกฯคนนอกเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ
ปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองยังหาบทสรุปและทางออกไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างยกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและข้อกฎหมายขึ้นมากล่าวอ้าง ซึ่งจนถึงขณะนี้การเมืองไทย อาจเรียกได้ว่าตกอยู่ในซอยตัน หรือถ้าไม่ตัน ก็มีทางออกที่แคบมากๆ เพราะทุกฝ่าย ยังคงมี "ทิฐิ ยึดมั่นตัวกูของกู" ไม่ยอมเสียสละ และเห็นแก่ประเทศชาติ ไม่ยอมรอมชอมกันบ้างทั้งฝ่าย กปปส.ฝ่ายอดีตรัฐบาล แถมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบางคนยังออกมาพูดในทำนองว่า หากฝ่าย กปปส.สามารถจัดตั้งรัฐบาลคนกลางได้ ก็พร้อมจะระดมคนเสื้อแดงออกมากดดันเช่นเดียวกันบ้าง เรียกว่า "ไม่มีใครยอมใคร"
ประเทศไทยคงต้องตกอยู่ในวังวนของการชุมนุมคัดค้านของกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างตลอดเวลาไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ทุกฝ่ายเห็นแก่พวกพ้อง เหลิงอำนาจ ไม่ยอมปล่อยวาง หรือปล่อยให้ประเทศเดินไปตามครรลองประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง ที่สุดแล้วการเมืองไทยจะไปทางไหน ยังคงไม่มีคำตอบ เพราะทั้งนักการเมือง นักวิชาการจากสถาบันต่างๆ ก็มีแนวคิดที่แตกต่างกันเป็นสองขั้วเช่นเดียวกัน ทำให้ประเทศไทยไม่มีทางออก สุดท้ายที่จะพังพินาศก็คือประเทศชาตินี่แหละ
เห็นได้ชัดเจนในขณะนี้ ก็คือผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากปัจจัยลบจากต่างประเทศแล้ว เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยเสี่ยงจากการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปัจจุบันอยู่ในภาวะชะลอตัวลง ทั้งการส่งออก การลงทุน และการบริโภค หลายๆ สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจก็ปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสิ้นปีนี้และแนวโน้มปีหน้า ขนาดคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง. เมื่อเดือนก่อน ยังมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% แบบพลิกความคาดหมาย เพื่อหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง
ตอนนี้ประเทศไทยเปรียบเสมือนแดนสนธยา ยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย ไม่ว่าการเมืองหรือเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะประกาศยุบสภาไปแล้ว แต่การเมืองก็ยังคงไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ที่สำคัญยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 นี้หรือไม่
เพราะจนถึงขณะนี้ทั้งฝ่าย กปปส.และฝ่ายอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ยังคงต่อสู้ในเชิงการเมืองกันอยู่ โดยไม่มีใครคำนึงถึงผลพวงที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า การเมืองและเศรษฐกิจไทยจะไปทางไหน?กันแน่









