ก่อนที่เราจะได้คุยกันถึงเรื่องการพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership) ตามแนวทางของ Professor Dave Ulrich ตามที่ผมสัญญาไว้
โดยจะขอเริ่มกันในปีหน้านั้น วันนี้ขออนุญาตเล่าถึงเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริหารในปัจจุบัน
โดยทั่วไป คำว่าวัฒนธรรมนั้นหมายถึงแบบแผนความคิดและการปฏิบัติตนของคนในสังคมหนึ่งๆ ซึ่งแตกต่างจากอีกสังคมหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ในอดีต ไปจนถึงการหล่อหลอมจากผู้นำทางความคิดในสังคมนั้นๆ วัฒนธรรมของคนไทยจึงมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนวัฒนธรรมของคนเยอรมัน วัฒนธรรมของคนที่อยู่ภาคใต้กับภาคเหนือก็เป็นคนละแบบ หรือวัฒนธรรมของธุรกิจยานยนต์ก็แตกต่างจากธุรกิจอาหาร เป็นต้น วัฒนธรรมนั้นโดยปกติแล้วเป็นสิ่งที่ค่อยๆ เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติจนกลายเป็นสิ่งที่คอยกำหนดเส้นทางเดินและกำหนดอนาคตของสังคมนั้นๆ ในที่สุด
ด้วยเหตุที่วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เป็น “นามธรรม” แต่มีความสำคัญถึงขนาดกำหนดวิธีคิดวิธีปฏิบัติของคนในสังคมได้นั้น หลายๆ สังคมและหลายๆ องค์กรจึงต้องหาวิธีการ “สร้าง” วัฒนธรรมขึ้นมา กล่าวคือแทนที่จะรอให้วัฒนธรรมเกิดขึ้นตามธรรมชาติและควบคุมไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นการออกแบบวัฒนธรรมที่ต้องการให้เกิดในองค์กรเสียตั้งแต่แรกเพื่อให้วัฒนธรรมนั้นพาองค์กรและคนในองค์กรไปสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์ ปัจจุบันมีนักบริหารและที่ปรึกษาองค์กรที่มีความสามารถในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เก่งๆ หลายคนสามารถพลิกฟื้นธุรกิจที่กำลังอ่อนแอให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงได้เพราะการออกแบบวัฒนธรรมองค์กรที่ว่านี้
ในธุรกิจการเงินการธนาคารนั้นเมื่อสภาพการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป ธุรกิจการเงินก็ต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรเพื่อส่งเสริมกระบวนการทางธุรกิจที่ตอบโจทย์สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับ SCB นั้นเราได้ระดมความคิดเห็นของคนหลากหลายกลุ่มในองค์กรเพื่อกำหนดค่านิยมองค์กร (core value) ขึ้นมาที่เราเรียกกันว่า iSCB โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
i หมายถึง Innovation องค์กรของเราจะสนับสนุนให้คนทุกระดับ “คิดได้ คิดใหม่ คิดแตกต่าง” แทนที่จะรอการถ่ายทอดความคิดจากผู้บริหารฝ่ายเดียวซึ่งยิ่งองค์กรขนาดใหญ่ก็จะยิ่งทำได้ยาก เราจะส่งเสริมให้คนแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และสามารถนำมาปรับปรุงงานให้ดีขึ้นได้ตลอดเวลา
S หมายถึง Social Responsibility ซึ่งไม่ใช่แค่การทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบที่เราเห็นกันเท่านั้น แต่รวมถึงการคิดค้นและเสนอบริการที่สามารถช่วยให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นได้จริงๆ ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของเราจะต้องไม่เป็นภาระของลูกค้าในระยะยาว
C หมายถึง Customer Focus ต้องเข้าใจและตามทันความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน แล้วเปลี่ยนแปลงคนของเราจากนักนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีหรือนักบริการที่ดีเป็น “ที่หรือเพื่อนคู่คิดที่ดี” ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามไม่น้อยเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนทั้ง Mindset และทักษะของคน
B หมายถึง Building our People การสร้างองค์กรที่ดีที่สุดคือการสร้างคน และไม่ใช่เพียงแค่นึกถึงการพัฒนาด้วยเครื่องมือต่างๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความใส่ใจจากผู้บริหารด้วย ทำอย่างไรให้ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ นอกเหนือจาก HR ได้ Focus เรื่องการบริหารคนควบคู่ไปกับธุรกิจด้วย ความท้าทายใหม่ๆ ด้านคนที่องค์กรกำลังพบอยู่คืออะไร นี่คือเวทีที่ HR และธุรกิจจะได้วางแผนร่วมกัน ไม่ใช่เป็นเพียงงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
ค่านิยมองค์กรที่กล่าวมานี้ไม่ใช่สิ่งใหม่และบางอย่างเป็นสิ่งที่คนของเราทำอยู่แล้ว และผมก็เชื่อว่าจะไม่ใช่วัฒนธรรมองค์กรสุดท้ายที่เราจะยึดถือตลอดไป วัฒนธรรมองค์กรไม่ใช่สิ่งตายตัวเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เมื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยน วัฒนธรรมองค์กรก็ต้องเปลี่ยนตามให้ทัน หรือถ้าดีที่สุดคือเปลี่ยนนำไปก้าวหนึ่งเสมอ ในทางตรงกันข้ามหากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไปแต่องค์กรไม่ยอมปรับวิธีคิดวิธีปฏิบัติให้สอดคล้อง ตัวองค์กรนั่นเองจะตกอยู่ในอันตราย ผมเชื่อว่าพวกเราคงเคยเห็นตัวอย่างขององค์กรธุรกิจชื่อดังมากมายที่ล่มสลายลงในอดีตเพราะไม่ยอมปรับวัฒนธรรมองค์กรให้เข้ากับยุคสมัยมาแล้ว
การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันหมายถึงการเปลี่ยนวิธีคิดวิธีปฏิบัติของคนทั้งองค์กร หลายองค์กรก็ประสบความล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงนี้ ในครั้งต่อๆ ไปเราจะมาพูดคุยกันครับว่าในฐานะ HR แล้วเรามีการปรับบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรและแม้แต่การปรับวัฒนธรรมในส่วนของ HR เอง






