คำถามที่ผู้คนที่มองหน้ากันตามท้องถนน ตามโต๊ะอาหาร ถามถึงการชุมนุมจะยาวต่อไปอีกน่านเท่าไหร่
>>> ถ้าคนมาร่วมชุมนุมอย่างวันที่ 11 พฤศจิกายน แกนนำก็คงอยากจัดต่อไปอีกนานๆ แต่ถ้าจะเป็นอย่างวันที่ 12 พฤศจิกายน ซึ่งคนมาร่วมน้อย คนจัดการเวทีวิ่งหานักวิชาการมาขึ้นเวทีอภิปรายก็ยังยาก เชื่อว่าแกนนำก็อยากปิดเกมเร็ว
>>> แต่อะไรที่จะเป็นบันได พาดให้การชุมนุมครั้งนี้ลงจากเวที เพราะมันไม่ใช่แค่เวทีเดียว แต่มีถึง 3 เวที ที่ดูเหมือนจะร้อยเรียง สอดประสานกันเชิงเนื้่อหา แต่ก็แยกกันอยู่กรายๆ ในแต่ละเวที โดยเฉพาะเวทีกองทัพประชาชน ที่สู้เรื่องไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก และเวลานี้แนวโน้มที่ไทยจะเสียดินแดนเพิ่มมากกว่าแนวเขตแดน ตามมติคณะรัฐมนตรี ปีพ.ศ.2505 ก็เป็นไปได้สูง
>>> หลังจากที่สังเคราะห์คำพิพากษาออกมาแล้วพบว่าไทยจะเสียดินแดนเพิ่ม ก็ยิ่งเป็นความชอบธรรมที่กองทัพประชาชน จะชุมนุมอยู่ที่เวทีผ่านฟ้าต่อไป แม้มวลชนจะไม่มากเท่าเวทีราชดำเนิน แต่เป็นมวลชนที่อยู่ในระเบียบวินัย เหนียวแน่นภายใต้การบัญชาการของกองทัพธรรม
>>> ส่วนเวทีมัฆวาน ของคปท. เป็นเวทีที่ "ล่อแหลม" มากที่สุด เพราะอยู่ใกล้แนวตำรวจมากที่สุด และผู้เข้าร่วมชุมนุมด่านหน้า เป็นนักเรียนอาชีวะ ด้วยแล้ว อารมรณ์และพลังหนุ่มมันตื่นตัวอยากปะทะตลอดเวลา ต้องมีผู้จัดการกับพลังหนุ่มเหล่านี้ ไม่ให้ไปเป็นตัว "เปิดเกม" ความรุนแรง
>>> เมื่อกางปฏิทินเดือนพฤศจิกายน แล้วมีแต่ประเด็นร้อนๆ เริ่มจาก วันที่ 20 พฤศจิกายน นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีปมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาส.ว. โดยผู้ร้องนั้น นอกจากชี้ให้ศาลเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้เป็นการได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังขอให้ศาลสั่งยุบพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงตัดสิทธิทางการเมืองส.ส. และส.ว.ที่โหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ด้วย
>>> โอกาสความเป็นไปได้ บวกกับเช็คเสียงตุลาการ ดูแล้ว เป็นไปได้ว่า มติจะออกมา 7:2 ซึ่งถ้าออกมาอย่างนี้แล้วจะเกิดสุญญากาศทางการเมืองทันที หมายความว่า ส.ส.และส.ว.จะหายไปจากสภาเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ก็คงพอจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ไม่ยาก ด่านนี้ ให้รอวันที่ 20 พ.ย.นี้
>>> ด่านที่สอง เรื่องจำนำข้าว เป็นไปได้สูงมากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช.จะตัดสินกรณีขายข้าวจีทูจี ของรัฐบาล ประมาณปลายเดือน เพราะสิ่งที่ติดอยู่คือเจ้าของเช็ค ที่เดิมไม่มั่นใจว่าเมื่อมาให้ข้อมูลป.ป.ช.แล้วจะมีความผิด แต่เมื่อทำความเข้าใจกฎหมายมาตรา 103 ของป.ป.ช.กันใหม่แล้วว่า ผู้ให้ข้อมูลป.ป.ช.สามารถร้องขอให้กันตัวออกเป็นพยานได้ เช็คหลายพันใบที่ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่นั้นจึงเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว และครั้งนี้ ป.ป.ช.มีโอกาสสูงที่จะชี้มูล 2 ขยัก เพื่อห้ามเลือดที่ไหลออกจากนโยบายประชานิยมจำนำข้าว กล่าวคือ ขยักแรกจะเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในระดับรัฐมนตรีก่อน ส่วนข้าราชการจะเป็น "ก๊อกสอง"
>>> คดีลักษณะนี้ป.ป.ช.เคยทำมาแล้วก็คือคดีทุจริตรถ และเรือดับเพลิงกทม. เพราะถ้าขืนรอให้ชี้มูลพร้อมกันทั้งหมด มีหวังคดีหมดอายุความ และเป็นการตอกย้ำว่า ป.ป.ช.เอาจริงในการปราบปรามคอร์รัปชัน เพราะไทย หลังจากที่เข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชัน สหประชาชาติ กำลังรอประเมินเราในเรื่องนี้อยู่









