พรุ่งนี้แล้ว (25 ต.ค.) เป็นกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย ของ ไอโฟน 5เอส และ 5ซี
สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ จากผู้ผลิต "แอ๊ปเปิ้ล" โดยปกติที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ทั้ง 3 ค่าย จะจัดงานให้ผู้จองเครื่องไปเข้าคิวรอรับเครื่องเป็นคนแรกเหมือนกับที่ แอ๊ปเปิ้ล ทำมาในหลายๆ ประเทศ แต่พฤติกรรมการตลาดใดๆ ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จในประเทศไทย ที่ลูกค้ายังรักความสะดวกสบาย ไม่นิยมต่อแถวเท่าไรนัก
ล่าสุด การตลาดจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ผู้ให้บริการซึ่งมีลูกค้าจำนวนมากที่สุดอยู่ในมืออย่าง เอไอเอส และมีลูกค้าจำนวนมากที่จองเครื่องไว้กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเปลี่ยนเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ได้สิทธิรับเครื่องในล็อตแรก เลือกรับระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค. 2556 ที่ เอไอเอสช็อปทุกสาขา และร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ ใครอยู่ใกล้สาขาไหนก็ไปรับที่สาขานั้นได้ตามความต้องการของลูกค้า ไม่ต้องเดินทางมารับที่กรุงเทพฯ เช่นเดิมเท่านั้น ขณะที่ ดีแทค ใช้วิธีส่งมอบเครื่องให้ลูกค้าถึงมือชุดแรกตั้งแต่คืนวันนี้ (24 ต.ค.) ที่เหลือให้ไปรับที่สำนักงานใหญ่ อาคารจามจุรีสแควร์ เหลือเพียง ทรูมูฟ ที่ยังคงจัดงานรับเครื่องอยู่
การปรับเปลี่ยนนโยบายทางการตลาด ต้องกระทำให้เป็นที่ถูกใจลูกค้า ขณะเดียวกัน ก็จะต้องถูกต้องตามข้อกำหนดของผู้ผลิต ซึ่งการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ใดๆ ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องเจรจาตกลงกัน โดยยึดความพึงพอใจ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละท้องถิ่น หรือแต่ละประเทศเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความถูกใจและความถูกต้อง ต้องมาควบคู่กัน จะมาอย่างใดอย่างหนึ่งคงไม่สมบูรณ์
เช่นเดียวกับปัญหาการเมืองของประเทศไทยที่กำลังร้อนแรงกับประเด็นนิรโทษกรรม ที่โยนหินก้อนใหญ่กลางฝูงชน จากกรณีที่ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... หรือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เสนอแก้ไขมาตรา 3 พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้นิรโทษกรรมทุกฝ่าย ท่ามกลางเสียงเห็นแย้งจากทุกฟากฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหนุนรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน แม้นายประยุทธ์จะยืนยันเดินหน้า พ.ร.บ. ฉบับสุดซอย ไม่มีการถอย และอ้างถึง "ผู้ใหญ่" ในพรรคเพื่อไทย "ไม่มีใครสั่งเบรกเรื่องนี้" ซึ่งบางกระแสเชื่อว่า เป็นการวัดกำลังฝ่ายค้านในสภา และฝ่ายต้านรัฐบาลนอกสภา ว่าจะมีพละกำลังค้านได้ขนาดไหน แต่งานนี้พวกเดียวกัน หรือฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ทั้งกลุ่มที่อยู่ในประเทศ และนอกประเทศก็ดาหน้ากันออกมาค้านอย่างหนักแน่น รับไม่ได้กับการนิรโทษกรรมเหมาเข่ง นอกจากผู้เสนอแก้ไข และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้เพียงไม่กี่คนจะเห็นดีเห็นงามแล้ว เสียค้านดังเซ็งแซ่มากกว่าหลายเท่า
ในอดีตการนิรโทษกรรมอาจเกิดขึ้นโดยง่าย เสียงคัดค้านอยู่ในวงจำกัด หรือไม่ดังเท่ายุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงเกือบจะทั่วถึงกัน ฉะนั้น หากรัฐบาลจะดึงดันผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้สุดซอยดังว่า แม้จะยืนยันว่าไม่มีการคืนเงินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน ก็ไม่ใช่เหตุผลที่หลายๆ ฝ่ายจะยอมรับกันได้ หากไม่ต้องการเดินสู่ทางตันอย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถอยกลับไปสู่ร่างของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ จะเหมาะสม ถูกต้อง และ ถูกใจ คนส่วนใหญ่มากกว่า









