เน็ตฟลิกซ์ เป็นตัวอย่างของการนำเอากลยุทธ์ Digital Transformation มาพลิกโอกาสธุรกิจให้พ้นจากมรสุมได้สำเร็จอีกครั้งภายในปีที่ผ่านมา
ด้วยการเป็นผู้บุกเบิกและนำเอาการแพร่ภาพรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ ผ่านออนไลน์ และผันตัวมาเป็นผู้สร้างคอนเทนท์ในเชิงซีรีส์คุณภาพ แพร่ภาพผ่านระบบสตรีมเซิร์ฟเวอร์ที่มีนวัตกรรมทันสมัยและรวดเร็วที่สุด
เอ็นพีดีกรุ๊ปรายงานผลสำรวจครอบครัวชาวอเมริกันที่มีบอร์ดแบนด์ใช้ในบ้านและเลือกชมรายการโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตพบว่า 40% เลือกใช้บริการจากเน็ตฟลิกซ์ ในขณะที่ 17% เข้ายูทูบ และ 11% ผ่านบริการจากฮูลู
ความสำเร็จของบริการสตรีมมิ่งทีวีอย่างเน็ตฟลิกซ์ ย่อมหมายถึง การเปิดศักราชการเลือกชมรายการโปรดได้ตามใจผู้ชมในเวลาที่ต้องการผ่านบริการอย่างวีดิโอออนดีมานด์ทุกที่ทุกเวลา จึงเป็นการปลดล็อกไพรม์ไทม์โทรทัศน์ไปโดยปริยาย และที่สำคัญเน็ตฟลิกซ์เปิดให้บริการในลักษณะสมาชิกรายเดือน จึงไม่มีโฆษณา
เคเบิลทีวีปรับกลยุทธ์รับมือ
ความนิยมในการชมรายการโทรทัศน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจผู้ให้บริการเคเบิลทีวีอย่าง คอมแคสท์ ซึ่งนอกจากต้องสูญเสียรายได้จากผู้ใช้บริการเคเบิลแล้ว ยังต้องลงทุนเพื่อขยายระบบเครือข่ายบรอดแบนด์ให้รองรับสตรีมมิ่งทีวีของคู่แข่งรายสำคัญอย่างเน็ตฟลิกซ์อีกด้วย และกลายเป็นความท้าทายที่ ไบรอัน โรเบิร์ตส์ ซีอีโอคอมแคสท์ ต้องรีบปรับกลยทุธ์เพื่อพลิกโอกาสทางธุรกิจครั้งนี้ให้ทัน
คอมแคสท์จึงเปิดเกมรุกในธุรกิจทั้งในส่วนเคเบิลทีวี บรอดแบรนด์อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์ ตลอดจนการเข้าซื้อกิจการของ เอ็นบีซียูนิวเวอร์แซล จนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในการให้บริการสื่อ และดิจิทัลทีวีครบวงจรในวันนี้ บริษัทได้ปรับบริการใหม่ให้กับลูกค้าในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นการบันเดิลบริการเคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เข้าด้วยกัน (เรียกว่า Triple Play)
นอกจากนั้นยังได้พัฒนาเครื่อง เอ็กซ์1 ซึ่งเป็นกล่อง DVR และ Set-Top Box ที่สามารถบันทึกรายการวีดิโอ ออน ดี มานด์ ได้ โดยทำงานผ่านแอพที่ดูทันสมัยและใช้ง่าย จนล่าสุดได้เปิดตัว เอ็กซ์2 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ปรับให้รองรับการใช้งานผ่านระบบคลาวด์และสามารถบังคับได้ด้วยระบบเสียง นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสมาชิกเคเบิลทีวีได้ไม่น้อย
เมื่อคอมแคสท์เป็นเจ้าของเครือข่ายเอ็นบีซี จึงเท่ากับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับคอมแคสท์ที่่มีรายการคุณภาพอย่างเดอะ วอยซ์ ซันเดย์ไนท์ ฟุตบอล และรายการใหม่อย่างเดอะ ไมเคิล เจ ฟ็อกซ์ โชว์ และเดอะ แบล็คลิสต์ อยู่ในมือซึ่งช่วยสร้างรายได้จากโฆษณาถึง 2,100 ล้านดอลลาร์
ช่วงที่ผ่านมาคอมแคสท์ได้เริ่มทดสอบการจำกัดจำนวนการใช้งานอินเทอร์เน็ต ของลูกค้าบอร์ดแบนด์ เพื่อคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มกับลูกค้าที่ใช้อินเทอร์เน็ตเกินจำนวนที่กำหนด เช่นในปีที่แล้ว บริษัทได้พยายามจำกัดจำนวนข้อมูลของลูกค้าในบางพื้นที่ไว้ที่ 300 กิกะไบต์ต่อเดือน โดยหากลูกค้าใช้เกิดกำหนดต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 10 ดอลลาร์ต่อทุกๆ 50 กิกะไบต์บของจำนวนข้อมูลที่ใช้เกิน
ผลประกอบการของคอมแคสท์ในไตรมาสที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่ดีของธุรกิจที่เติบโตขึ้น 29% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และยังแสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องกันมาถึง 7 ไตรมาสติดต่อกัน
อุตสาหกรรมดิจิทัลเอ็นเตอร์เทนเมนท์อย่างเน็ตฟลิกซ์ และคอมแคสท์ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้ถึงการแข่งขันที่ต้องเท่าทันคู่แข่งในตลาด เริ่มต้นความสำเร็จขององค์กรด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่และเข้าถึงความก้าวหน้าของดิจิทัล นำมาซึ่งการปรับตัวของทั้งองค์กรให้สร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ ได้ จนทำให้ทั้งสองบริษัทต่างประสบความสำเร็จและชิงเอาส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งที่ตามเกมไม่ทัน
ดังนั้น ดิจิทัลคงไม่ใช่โจทย์ของนักการตลาดเท่านั้น แต่กลายเป็นอาวุธสำคัญของผู้บริหารที่ต้องเข้าใจและใช้ให้เป็นในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางการเติบโตขององค์กรต่อไป









