ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar Al-Assad) แห่งซีเรีย กับ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ
ทำสงครามหน้าจอทีวี ก่อนที่จะรู้ว่าจะเกิดการถล่มด้วยอาวุธจริงหรือไม่
อัสซาด ให้สัมภาษณ์กับชาร์ลี โรส นักข่าวคนดังของซีบีเอส เป็นการเปิดใจครั้งแรกกับสื่อตะวันตก หลังจากที่ โอบามา ประกาศว่าจะขอฉันทานุมัติจากสภาคองเกรส เพื่อ “แทรกแซงด้วยกำลังทหาร” ต่อซีเรีย
เขาปฏิเสธเรื่องใช้อาวุธเคมีต่อประชาชน ที่สหรัฐอ้างว่าคร่าชีวิตคนกว่า 1,400 ราย ยืนยันว่า สหรัฐ ไม่มี “หลักฐานแม้แต่กระผีกเดียว” (not a single shred of evidence) ที่จะกล่าวหารัฐบาลของเขา
อัสซาด ดูมั่นใจในการตอบคำถาม และขู่ด้วยว่า หากสหรัฐโจมตีซีเรีย จะมีการตอบโต้ “ทุกวิถีทาง” ที่คาดไม่ได้ล่วงหน้า ซึ่งแปลว่า พันธมิตรของสหรัฐจะต้องเผชิญกับการโจมตีกลับอย่างรุนแรงจากพันธมิตรของซีเรียเอง
เขาบอกว่า สหรัฐ กับ พวก “คาดหวังได้ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้” (expect everything”) หาก วอชิงตัน เปิดสงครามกับซีเรีย ก่อน
ผมฟัง อัสซาด พูดแล้ว ก็เห็นชัดว่าเขาช่ำชองการเมืองตะวันตกไม่น้อย แทนที่จะตอกย้ำเหตุผลของซีเรียเก่าๆ ผู้นำซีเรียเจาะลึกลงไปถึงความรู้สึกของคนอเมริกัน ที่เขารู้ว่าจะต้องจ้องดูเขาหน้าจอโทรทัศน์อย่างสนอกสนใจแน่
อัสซาด ถามว่า “สงครามให้อะไรกับสหรัฐหรือ? ไม่ให้อะไรเลย ไม่ได้อะไรทางการเมือง ไม่ได้อะไรทางเศรษฐกิจ ไม่ได้อะไรทางชื่อเสียง...”
และย้ำอีกว่า “ความน่าเชื่อถือของสหรัฐวันนี้ อยู่ในระดับต่ำสุดอยู่แล้ว...”
อัสซาด พูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว เรียนจบทางแพทย์จากมหาวิทยาลัยดามัสกัส และเริ่มด้วยการทำงานเป็นหมอในกองทัพบก ไปเรียนต่อที่ Western Eye Hospital ที่กรุงลอนดอน เป็นหมอเชี่ยวชาญด้านโรคตา
อัสซาด เป็นประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2000 แทนคุณพ่อฮาเฟส อัล-อัสซาด ที่เสียชีวิตในปีนั้น หลังจากปกครองซีเรียมา 30 ปี
เขาให้เหตุผลที่คนอเมริกันถกแถลงกันอยู่อย่างกว้างขวาง ว่า หาก สหรัฐ ถล่มซีเรีย ก็จะเท่ากับเป็นการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ซึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ถล่มสหรัฐในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 (ครบรอบ 12 ปีวันนี้พอดี)
และยืนยันว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อาวุธเคมียังขาดหลักฐาน ที่จะน้าวโน้มคนอเมริกันส่วนใหญ่ให้เชื่อได้
“เราหวังว่ารัฐบาลสหรัฐนี้ จะแตกต่างไปจากรัฐบาลของ (จอร์จ ดับเบิลยู) บุช” อัสซาด บอก และชี้นิ้วไปที่ โอบามา ว่า กำลังเดินทิศทางเดียวกับบุชแล้ว
ลีลาท่าทางของเขานิ่ง สงบ และไม่หวั่นต่อคำถามดุดันตรงไปตรงมาของ ชาร์ลี โรส อีกทั้งเมื่อเขาทวงถามหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย ก็ยิ่งย้ำว่าเขามั่นใจกว่า โอบามา ในเรื่องนี้
ส่วน โอบามา เอง ก็เดินสายออกทีวีเพื่อตอบคำถามเรื่องนี้ในวันเดียวกัน เพื่อจะยืนยันว่า จะชี้แจงให้สมาชิกสภาคองเกรสลงมติให้รัฐบาลของเขา สามารถลงโทษรัฐบาลซีเรีย
เขายืนยันว่า อเมริกาจะเสียความน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง หากยืนอยู่เฉยๆ ในขณะที่ผู้นำซีเรียใช้อาวุธร้ายแรงเช่นนี้ กระทำกับผู้ไร้เดียงสา และอ้างว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อว่านี่เป็นฝีมือสั่งการของอัสซาด อย่างชัดเจน
ผมเชื่อว่า คนอเมริกันฟังผู้นำซีเรียแล้ว จะเชื่อมากกว่าผู้นำของตนเอง เพราะ โอบามา ไม่รอให้คณะผู้ตรวจของสหประชาชาติรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ในซีเรีย อย่างเป็นทางการเสียก่อน หากแต่เดินหน้าประกาศต่อชาวโลกว่ามะกันจะต้อง “สั่งสอน” ฝ่ายรัฐบาลซีเรีย เพราะว่าวอชิงตันยืนอยู่ข้างฝ่ายต่อต้านในประเทศนั้นเต็มประตู
โพลล์ขอความเห็นชาวบ้านอเมริกาส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วย กับแนวทางของโอบามาอยู่แล้ว
ขณะที่เขียนอยู่นี้ มติของสภาคองเกรส ยังไม่ออกมา แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปใด เชื่อได้ว่า หาก โอบามา ถล่มซีเรียด้วยขีปนาวุธ หรือใช้เครื่องบินหย่อนระเบิดทางอากาศ หรือประกาศ “เขตห้ามบิน” เหนือน่านฟ้าซีเรีย
สงคราม “ในวงจำกัด” ก็จะต้องขยายวงออกไป...อย่างปฏิเสธไม่ได้









