วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ไม่รบนาย ไม่หายจน"

การชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา ด้วยมาตรการ "ปิดถนน ปิดทางรถไฟ" นานนับสัปดาห์

กำลังถูกจับตามองว่าเป็นการประลองกำลังของฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือไม่?

จะว่าไปแล้ว เหตุการณ์การชุมนุมของชาวสวนยางพาราที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ไม่น่าบานปลาย หาก วิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ประเมินว่าเป็น "ม็อบการเมือง" และตัดสินใจใช้กำลังตำรวจนับพันนาย เข้าเคลียร์ม็อบในวันแรก

เมื่อเกิดความรุนแรง ย่อมนำมาซึ่งความเคียดแค้นของชาวบ้านร้านถิ่น ข่าวสารการปราบม็อบคนใต้แพร่กระจายไปในสื่อใหม่ ราวกับประกายไฟไหม้ลามไลน์ ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค

คำขวัญ "ไม่รบนาย ไม่หายจน" สมัยถีบลงเขาเผาลงถังแดง รวมถึงบทกวีเก่าๆ ของ จิระนันท์ พิตรปรีชา เมื่อปี 2521 ถูกขุดขึ้นมาปลุกคนใต้ผ่านสื่อออนไลน์

มินับทีมข่าวสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม "ทีนิวส์" และ "บลูสกาย" ที่ลงไปปักหลักรายงานสดจากพื้นที่ อ.ชะอวด ตลอด 24 ชั่วโมง

การข่าวของแกนนำ นปช.สายใต้ และทีมงานเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยังทราบว่า "ต้อย" สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ร่วมกับ "สหายช่วง" ธงชัย สุวรรณวิหค และ เอียด เส้งเอียด เข้าร่วมวางแผนกับแกนนำม็อบสวนยาง จึงส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลให้ชะลอการใช้กำลังเข้าสลายม็อบทันที

จึงไม่แปลกที่ "ตึ๋ง" หรือ "เงาะ" วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ จะออกมาเปิดเผยชื่ออักษร "ส.สื่อ" ว่าอยู่เบื้องหลังม็อบปิดถนน-ปิดทางรถไฟ

หลังจากนั้น "ต้อย สนธิญาณ" ได้ตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊คทันทีว่า ตนเห็นด้วยกับการชุมนุมของเกษตรกรสวนยาง ในฐานะ "คนคอน" เหมือนกัน

"ส่วนเรื่องพี่ธงชัย สุวรรณวิหค(สหายช่วง) พี่เอียด เส้งเอียด ลงไปช่วยชาวบ้านในพื้นที่นั้นเป็นเรื่องจริง ทั้งสองคนเป็นพี่ที่ผมเคารพนับถือ...เหตุผลที่พี่ธงชัย และพี่เอียด ลงไปช่วยในพื้นที่ เพราะมีการเตรียมการที่ไม่เหมาะสม เช่นส่งตำรวจจู่โจมจับกุมชาวบ้านอย่างไม่เป็นไปตามขั้นตอน ส่งกำลังไปผูกเปลนอนซุ่มรอคอยอยู่ตามสวนยาง คอยจังหวะโจมตี..."

"พวกพี่เขาลงไปช่วยก็เพื่อเป็นแรงใจ และไม่ใช่เฉพาะพี่สองคนนี้เท่านั้นวันนี้ คนอื่นๆรวมทั้งน้องๆนักศึกษา ก็ลงไปช่วย ทุกคนลงไปไม่ใช่ด้วยเม็ดเงิน..ทุกอย่างด้วยหัวใจ ย้ำหัวใจใหญ่กว่าเงิน"

ที่สำคัญ ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และเพื่อนพ้อง รู้จักฝีไม้ลายมือของ "สหายช่วง" เป็นอย่างดี เพราะสมัยพรรคไทยรักไทยเรืองรุ่ง พวกเขาเคยพึ่งพาอาศัยสหายช่วงจัดการ "งานไม่เปิดเผย" ในหลายกรณี

สหายช่วงอาจไม่เด่นดังในเมืองหลวง แต่ในพื้นที่ "สีแดงเก่า" โดยเฉพาะรอยพัทลุง-นครศรีธรรมราช ซึ่งครั้งหนึ่ง สหายช่วงเคยเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ประจำเขตงานดังกล่าว ย่อมจะรู้จักอดีตมิตรสหายแห่งเขตงานเทือกเขาบรรทัดเป็นอย่างดี

ห่างจากควนหนองหงส์ และบ้านตูล ไปไม่ไกลมากนัก ก็คือ "ชมรมกองทุนรักษาป่าเทือกเขาบรรทัด" ของ เอียด เส้งเอียด ซึ่งมีกำลังกว่า 300 คน ประจำการฐานที่มั่นอยู่ใน ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง

เมื่อ 3 สิงหาคม 2556 "เอียด" ก็เป็นผู้นำชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มจากนครศรีธรรมราช และพัทลุง ปิดถนนเอเชียขาล่องใต้ ตรงสี่แยกควนหนองหงส์ รอยต่อ อ.ชะอวด กับ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเรื่องราคายางพารา และราคาปาล์มที่มีราคาตกต่ำ

การชุมนุมครั้งนั้นยุติลงไปด้วยการเจรจาระหว่างตัวแทนชาวสวนยางพารา กับ ส.ส.วิทยา แก้วภราดัย และต่อมา ชาวสวนยางพารารวมตัวปิดถนนอีกครั้ง คราวนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กลับใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จนเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี จึงทำได้แต่สั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐ "อดทนและรอคอย" หากเสี่ยงใช้กำลังตำรวจเข้าเคลียร์ม็อบ ก็เท่ากับเติมฟืนเติมไฟให้ลุกโชนจนยากที่จะดับให้สนิทได้ในเร็ววัน

คำขวัญ "ไม่รบนาย ไม่หายจน" ที่ดังกระหึ่มผ่านสื่อใหม่ และประกายไฟไหม้ลามไลน์ เป็นสัญญาณไม่ดีนักสำหรับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในชั่วโมงนี้