เศรษฐกิจทั้งโลกกำลังปั่นป่วน วิกฤติการเมืองแต่ละประเทศก็ไม่น่าไว้วางใจ เสี่ยงต่อการเกิดสงครามได้ทุกเมื่อ
ปัญหาทุกอย่างรุมเร้ากระจายไปทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย ยิ่งวงการ "โทรคม-บรอดแคสต์" ในยุคเปลี่ยนผ่านจากของเก่าไปสู่ของใหม่ "ยิ่งมีปัญหา" โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่อย่าง "ทีโอที กสท" รวมถึง "อสมท." ที่ดูแล้วน่าจะมีวิธีรับมือ มีวิธีบริหารที่เฉียบคมสมกับเป็นองค์กรการสื่อสาร เป็นองค์กรโทรคมนาคมของประเทศ แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ในช่วงเวลาที่ทุกองค์กรธุรกิจ ต่างต้องปรับเพื่อรับมือการแข่งขัน เหตุเพราะ "โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว" แต่องค์กรระดับประเทศเหล่านี้ กลับมีวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจแบบ "ถอยหลังเข้าคลอง" สหภาพรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง ทีโอที กสท และอสมท ที่มีพนักงานรวมกันมากมายหลายหมื่นคน ในนามสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กลับใช้ห้วงเวลาที่ควร "เร่งระดมสมอง" กำหนดยุทธศาสตร์ หรือจริงๆ แล้ว ณ จุดนี้ควรต้องมีแนวทางทำธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรอันล้ำค่าของประเทศ สร้างประโยชน์ให้ประชาชนคนไทยอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนได้แล้ว
แต่ ทีโอที กสท และอสมท.กลับไปใช้เวลาอยู่กับการ "ล่ารายชื่อ 20,000 ชื่อ" เพื่อถอดถอนให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้ง 11 คน ยุติบทบาท อ้างไปถึงว่า เพราะเกรงประเทศชาติจะได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น จากการออกหลักเกณฑ์ของ กสทช.ส่งผลกระทบต่อหน่วยงาน และทำให้รายได้รัฐวิสาหกิจลดลง
กลุ่มที่มารวมตัวกัน ล้วนมีต้นสังกัดเป็นผู้ให้สัมปทานทั้งสื่อสารโทรคมนาคม และวิทยุโทรทัศน์ ที่กำลังต้องหมดรายได้จากคู่สัญญาสัมปทาน อันเป็นเรื่องที่ทราบกันดีมานานหลายปีแล้ว มีเวลาให้เตรียมปรับตัวรับมือก็นานมาก แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่าความเคยชินต่อการเป็น "เสือนอนกินจะเปลี่ยนไป"
จริงๆ แล้ว ก็เป็นสิทธิ์ที่ สรส.จะดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้ ตามสิทธิ์อันพึงมี หากประชาชนทั่วไปจะสนใจ หรือร่วมสนับสนุนหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ขณะที่ หากนำประเด็นนี้สู้กันด้วยชั้นเชิงกฎหมาย คงยากที่จะสำเร็จ เพราะ กสทช.เองเกิดขึ้นตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ออกใบอนุญาตใหม่ นำคลื่นความถี่ที่มีอยู่เดิม และคลื่นที่กำลังจะว่างลงมาจัดสรรใหม่ออกใบอนุญาตเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติมากกว่าที่เป็นอยู่
แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ ทีโอที กสท และอสมท.หน่วยงานเหล่านี้ต้องหันกลับไปดูตัวเอง ปรับวิธีทำงาน ทั้งๆ ที่มีบุคลากรอยู่ในองค์กรเป็นจำนวนมาก คนที่มีคุณภาพก็ยังเหลืออีกมาก ดึงมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร พาองค์กรก้าวข้ามวิกฤติไปให้ได้ ไม่ใช่มานั่งตีโพยตีพายโทษคนนั้นทีคนนี้ที
มติของ สรส.ให้ล่ารายชื่อพนักงาน และขอเสียงสนับสนุนจากประชาชน 20,000 รายชื่อนี้ เห็นว่าเริ่มดำเนินการมาแล้วถึงวันนี้น่าจะได้รายชื่อมาแล้วกว่า 2,000 กว่ารายชื่อ
แต่ถามว่า "คำอธิบายที่คุณให้กับประชาชน เพื่อให้คนลงรายชื่อให้นั้น ทีโอที กสท อสมท.คุณอธิบายให้เขาฟังในมุมไหน ให้เขาเห็นทุกมุม ทุกด้าน ทุกเหตุผลของการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบใหม่ หรือเปล่า หรืออธิบายเฉพาะในมุมที่ตัวเองเสียผลประโยชน์?"






