วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อโลกธุรกิจเข้าสู่ยุคแบ่งปันและความร่วมมือ (2)

โลกธุรกิจใหม่ของการแบ่งปันและความร่วมมือเป็นผลจากความก้าวหน้าของเน็ตเวิร์คเทคโนโลยี ที่ทำให้คนที่ติดต่อกันในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

สามารถทำธุรกิจร่วมกันหรือระหว่างกันได้ ไม่ผ่านระบบเศรษฐกิจปรกติ เพื่อประโยชน์ของการสร้างมูลค่า (Value) และความมั่งคั่ง (Wealth) ร่วมกัน รูปแบบธุรกิจ (Business Model) ของธุรกิจใหม่นี้ เปิดโอกาสให้กับทุกคน เป็นเรื่องของการแปลความคิด (Idea) มาเป็นธุรกิจที่ช่วยให้การดำรงชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ง่ายขึ้น และเป็นธุรกิจที่มีทุนเริ่มต้นต่ำ ทำให้ไม่ว่าคนรวย หรือคนไม่รวย ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้

ตัวอย่างของธุรกิจที่เกิดขึ้น ก็คือ

Airbnb เป็นชุมชนใน Internet ที่เชื่อมโยงผู้ที่มีที่พักหรือห้องพักว่าง (แม้ในบ้านของตนเอง) กับผู้ต้องการหาที่พัก เหมือนขอใช้ห้องหรือที่พักว่างที่ผู้เป็นเจ้าของไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราวโดยจ่ายเงิน แทนที่จะไปพักโรงแรม ผู้มีห้องพักว่างสามารถแสดงที่พักว่างที่ต้องการเปิดให้พักให้คนใน Internet นับล้านๆ คนได้ทราบ ขณะที่ทั้งผู้เข้าพักและผู้มีที่พักต่างส่งข้อมูลให้แต่ละฝ่ายพิจารณา เพื่อตัดสินใจจะเข้าพัก หรือจะให้เข้าพักหรือไม่ ประเภทที่พักที่ประกาศมีหลากหลาย ตั้งแต่ห้องพักในบ้าน บ้านในเมือง ในชนบท บ้านแปลกๆ รวมถึงปราสาท ธุรกิจเป็นการจองที่พักโดยตรงระหว่างผู้พักและเจ้าของสถานที่ที่ขณะนี้เติบโตมากในต่างประเทศ ในประเทศไทยเองก็มี ทั้งจำนวนที่พักว่างที่เปิดให้พัก และคนไทยที่หาที่พักแบบนี้ในต่างประเทศ ข้อมูลจาก airbnb.com ชี้ว่าจำนวนคืน (Night) ที่มีการจองที่พักผ่าน airbnb มีมากกว่า 5 ล้านคืน โดยเฉพาะระหว่างปี 2011-2012 ธุรกิจเติบโตกว่า 500 เปอร์เซ็นต์ เป็นการเติบโตจากประสบการณ์ของผู้พักปากต่อปาก การเติบโตนี้เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการติดต่อกันโดยตรงของคนในชุมชน Internet

TaskRabbit คือ ชุมชนที่ช่วยเหลือกัน โดยสมาชิกหรือผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าในเครือข่าย Internet ช่วยเหลือกันในงานจิปาถะที่ผู้ต้องการความช่วยเหลือต้องการให้คนอื่นมาทำแทน (Outsource) เพราะไม่ถนัดหรือไม่มีเวลา ส่วนใหญ่จะเป็นความช่วยเหลือในวิถีชีวิตปรกติประจำวันเช่น ซ่อมแซมเครื่องใช้ในบ้าน เฝ้าบ้าน จ่ายตลาดให้ เก็บขยะ ยกของแบกของ ที่แต่ดั้งเดิมเป็นงานที่เพื่อนบ้านช่วยกันอยู่แล้ว แต่การขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีเน็ตเวิร์ค ทำให้ความต้องการช่วยเหลือกระจายให้ทราบในหมู่คนที่กว้างขึ้น ได้ผู้เสนอตัวช่วยเหลือมากราย ที่ผู้ต้องการให้ช่วยเหลือสามารถเลือกได้ในราคาที่ต้องการจ้าง ขณะที่ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือก็ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ทำสิ่งที่ถนัด ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และมีรายได้ นี่คือธุรกิจที่เกิดจากความต้องการที่จะช่วยเหลือกัน

Carpooling เป็นชุมชนใช้รถหรือพาหนะร่วมกันเพื่อแบ่งปันค่าใช้จ่ายการเดินทางโดยผู้ต้องการขอร่วมใช้รถแสดงความต้องการในอินเทอร์เน็ตในเส้นทางที่จะเดินทาง เช่น กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ระบุวันเดินทาง (Request) ขณะที่เจ้าของรถที่ต้องการคนอื่นร่วมเดินทางในเส้นทางที่ตนจะไปก็แสดงความต้องการ (Offer) พร้อมระบุวันเดินทางและเส้นทาง ส่วนที่ดีของวิธีการนี้ ก็คือ ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนล่วงหน้า มีข้อมูลรายละเอียดให้ระหว่างกันพิจารณา สามารถคัดเลือกโดยทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัย เฉพาะที่อังกฤษมีคนลงทะเบียนใช้บริการนี้เกือบ 5 ล้านคน ทำให้ประชาชนธรรมดาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางได้มากโดยการแบ่งปัน

Peer to Peer Finance เป็นธุรกิจการเงินชุมชนที่ช่วยให้คนที่มีเงินออมสามารถ “ให้กู้” กับคนที่ต้องการใช้เงินทั้งที่ไม่รู้จัก โดยไม่ผ่านธนาคารพาณิชย์ แต่ทำผ่านเทคโนโลยี Internet การให้กู้จะเป็นการกู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นการปล่อยกู้เพื่อหากำไร และผู้ให้กู้บริหารความเสี่ยงโดยปล่อยกู้กับคนหลายคนพร้อมกันในวงเงินแต่ละสัญญาที่ไม่มาก ผู้ให้กู้สามารถระบุระดับความเสี่ยงที่อยากจะให้ใช้เงินของตนปล่อยกู้ ทั้งหมดจะดำเนินการผ่านหน่วยงานกลาง เช่น บริษัทที่จะเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการ เจ้าของเงินที่ปล่อยกู้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน

พูดง่ายๆ ผู้ออมนำเงินที่ต้องการหาผลตอบแทนที่สูงกว่าไปลงทุนกับบริษัท หรือสถาบันกลางผ่านอินเทอร์เน็ต สถาบันกลาง หรือบริษัทดังกล่าวนำเงินที่ได้มา ปล่อยกู้ให้คนในชุมชน (เครือข่าย Internet) และบริหารความเสี่ยงโดยปล่อยกู้กับลูกค้าหลายๆ คนพร้อมกัน ในวงเงินแต่ละรายไม่มาก และจำกัดผู้กู้ให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถปล่อยกู้ได้ ผลก็คือ ผู้ออมได้ผลตอบแทนดีกว่าฝากเงิน ขณะที่ผู้กู้สามารถเข้าถึงเงินได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินปรกติ ตัวอย่างธุรกิจแบบนี้ที่ประสบความสำเร็จ ก็คือ Zapa ในอังกฤษ และ Lending Club ในอเมริกา เฉพาะบริษัทหลังปล่อยกู้ไปแล้วกว่าหนึ่งแสนราย วงเงินกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ทั้งสี่ตัวอย่างเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นในระบบ Internet ใช้เทคโนโลยีที่ของระบบเน็ตเวิร์ค สร้างธุรกิจที่จับคู่ความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย และที่แตกต่างจากธุรกิจซื้อขายสินค้าแบบ eBay ก็คือ ในกรณี eBay ผู้ซื้อผู้ขายจะไม่เจอกัน แต่ในกรณีของ TaskRabbit, airbnb รวมถึง carpooling ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการเจอกัน และทำธุรกิจด้วยกันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ที่สำคัญธุรกิจ อย่าง airbnb เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีทรัพย์สินแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์สามารถนำทรัพย์สินมาสร้างรายได้ และการพบกันของผู้ซื้อและผู้ขายทำให้การติดต่อและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นประโยชน์ในแง่สังคมและชุมชน

คำถามที่ตามมา เกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าวมีสามคำถาม

หนึ่ง ธุรกิจแบบใหม่นี้แตกต่างจากธุรกิจปรกติอย่างไร ในแง่เศรษฐศาสตร์

สอง อะไรเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโต โดยเฉพาะช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา และ

สาม การเติบโตของธุรกิจเหล่านี้เป็นโอกาสหรือเป็นคู่แข่ง (Threat) สำหรับธุรกิจปรกติในระบบเศรษฐกิจ

ต่อคำถามแรก ในทางเศรษฐศาสตร์ธุรกิจใหม่เกิดจากแนวธุรกิจที่เน้นการแบ่งปันและความร่วมมือ มีพื้นฐานแตกต่างค่อนข้างมากกับธุรกิจปรกติ

หนึ่ง ในบริบทเดิม ในธุรกิจปรกติ ความหายาก (Scarcity) เป็นที่มาของมูลค่า หรือ Value แต่ในธุรกิจใหม่ มูลค่า หรือ Value จะมาจากการแบ่งปัน (Sharing) พูดง่ายๆ สิ่งที่เรามีแต่ไม่เคยมีค่าต่อเรา (ในแง่ของการใช้ประโยชน์) เพราะเราไม่ได้ใช้ สามารถมีค่าได้เมื่อเราแบ่งปันให้ผู้อื่นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

สอง ในโลกธุรกิจเก่า ธุรกิจ คือ การแข่งขัน (Compete) ที่ผู้ชนะกวาดหมด แต่ในธุรกิจใหม่ ธุรกิจ คือ ความร่วมมือ (Collaborate) ที่ทุกคนได้ประโยชน์

สาม ในโลกธุรกิจเก่า การสร้างมูลค่าของธุรกิจ (Value) และความมั่งคั่ง (Wealth) มาจากการ “ทำ” ธุรกิจโดยผสมผสานปัจจัยการผลิต คือ ทุน แรงงาน ที่ดิน และเทคโนโลยีให้เกิดสินค้าเพื่อขายทำกำไร แต่ในโลกธุรกิจใหม่ มูลค่า และความมั่งคั่งมาจากความสามารถจะใช้ระบบ Internet ให้เกิดธุรกิจระหว่างคนที่ไม่รู้จักกัน

สี่ ในโลกธุรกิจเดิม เงินทุนจะเป็นหัวใจของการเติบโตของธุรกิจ แต่ในโลกธุรกิจใหม่ ทุนสังคมสำคัญที่สุด นั้นก็คือ ความสามารถที่จะได้รับความไว้วางใจจากชุมชนหรือเครือข่าย Internet เพื่อให้ธุรกิจเกิด และเติบโต และ

ห้า ในโลกธุรกิจเดิม ชื่อเสียงและการยอมรับทางสังคมมักเกิดขึ้นหลังธุรกิจประสบความสำเร็จแล้ว แต่ในโลกธุรกิจใหม่ ชื่อเสียง (Reputation) ต้องมาก่อน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ

ดังนั้น ในโลกธุรกิจใหม่ ความไว้วางใจ (Trust) ได้กลับมาเป็นค่านิยม (Value) ที่สำคัญในการทำธุรกิจ

(ยังมีต่อ)