วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่ายากเกินเยียวยา

เพียง 9 เดือนที่เข้ารับตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ.ทีโอที นายอุดม พัวสกุล อดีตอธิบดีกรมโยธา ก็ทำหนังสือลาออก

แต่ยังไม่ทันได้ยื่น ด้วยมีกรรมการบอร์ดคนอื่นๆ ขอร้องไว้ หากก็ยืนยันหนักแน่นว่า ภายใน 2-3 วันนี้จะยื่นแน่นอน ซึ่งน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ผู้ที่ทาบทามนายอุดมมานั่งประธานบอร์ดก็ได้รับทราบการตัดสินใจครั้งนี้แล้ว และคงต้องเสาะหาผู้ที่เหมาะสมเข้ารับตำแหน่งแทน

โดยนายอุดมให้เหตุผลของการลาออกมาจากหลายปัจจัย ประกอบด้วย ผลประกอบการ 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ทีโอทีมีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ผลประกอบการไตรมาส 2/2556 ของทีโอทีที่ไม่รวมสัมปทาน ขาดทุน 5,986 ล้านบาท จากรายได้ 14,449 ล้านบาท ลดลง 0.5% รายจ่าย 15,774 ล้านบาท แต่ถ้ารายได้รวมสัมปทานอยู่ที่ 27,881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% กำไร 6,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.1% และไตรมาส 1/2556 ผลประกอบการไม่รวมสัมปทานขาดทุน 2,037 ล้านบาท และโครงการ 3จี ที่การติดตั้งสถานีฐาน 5,320 แห่งยังไม่เสร็จตามกำหนดที่วางไว้ การดำเนินงานได้เลื่อนระยะเวลามาโดยตลอด

รวมทั้งแผนดำเนินงานหลังหมดส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาสัมปทานที่ยังคงไม่เสร็จ โครงการต่างๆ ไม่บรรลุผลตามที่เคยตั้งใจไว้ การทำงานที่นั่งตำแหน่งนี้มากว่าครึ่งปี แต่ไม่สามารถช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานของทีโอทีให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ จึงให้คะแนนตัวเอง 4 เต็ม 10 เท่านั้น ไม่ต้องรอให้ใครมาประเมินผลงาน

ประธานบอร์ดทีโอที เปิดอกด้วยว่า อุปสรรคการทำงานตั้งแต่นั่งตำแหน่งนี้ คือเรื่องการปรับตัวขององค์กรเป็นหลัก เนื่องจากที่ผ่านมา การทำงานของทีโอทีเป็นการทำงานภายใต้การได้รับอานิสงส์จากสัญญาสัมปทานมาโดยตลอด จนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้ทีโอทีจะไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งจากสัญญาสัมปทาน แต่องค์กรกลับปรับตัวกันไม่ทัน

ปัญหาของทีโอทีอาจไม่ใช่ปรับตัวไม่ทัน หากเป็นการไม่ยอมปรับตัวมากกว่า รัฐวิสาหกิจแห่งนี้มีทรัพย์สินจำนวนมาก และบุคลากร ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าอีกเฉียด 2 หมื่นคน แต่กลับหาคนรักองค์กร พร้อมจะทุ่มเท ปรับปรุง ฟื้นฟูองค์กรได้ยาก กลายเป็นช่วยกันรุมสูบเลือดสูบเนื้อที่เหลืออยู่ โดยไม่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้องค์กรดีขึ้น สภาพการณ์จึงเสมือนกับการนับถอยหลังเข้าสู่วันร่วงโรย โดยไม่ต้องโทษปัจจัยภายนอก หรือภาคการเมืองจะคอยรุมแทะเลือดเนื้อ เพราะหากเทียบกับองค์กรรัฐวิสาหกิจอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ในยุคที่ต้องปรับตัวแยกออกการสื่อสารแห่งประเทศไทย ไปทำธุรกิจแข่งขันสูง และยังเป็นกิจการที่ตะวันใกล้ตกดินคือ กิจการไปรษณีย์ แต่มีบุคลากรที่ร่วมมือร่วมใจกันตั้งแต่ระดับบนถึงระดับล่าง กิจการได้ฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งมีรายได้เลี้ยงตัว และองค์กรได้ ทั้งยังพยายามหาผลิตภัณฑ์เสริมรายได้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ไม่นับการขอลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด เนื่องจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นการลาออกตามมารยาทจากการที่ผู้ที่คัดเลือกตัวเองมาพ้นเก้าอี้ไป ก็ต้องเปิดทางให้เจ้ากระทรวงคนใหม่คัดสรรผู้ที่ทำงานร่วมกันได้ดีเข้ามาแทน การลาออกของประธานบอร์ดทีโอที ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน เคยขอลาออกไปแล้ว เพื่อเปิดทางให้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานแทน เพราะไม่ว่าใครจะเข้ามานั่งเก้าอี้ร้อนนี้ หากตั้งใจทำงานจริงจัง แต่คนในองค์กรทำตัวยากเกินเยียวยา บรรยากาศภายในไม่เอื้อหนุน ก็ลาออกไปทำอย่างอื่นที่มีคุณค่าแก่ชีวิตดีกว่า นั่งหายใจทิ้งไปวันๆ