วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตา"ดำรงค์" คัมแบค ทส. ไม่เกินความคาดหมาย...

ไม่เหนือความหมาย แต่มาแบบ "เหนือเมฆ" เมื่อปรากฎชื่อของ "ดำรงค์ พิเดช" หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย

ถูกบรรจุเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เรียบร้อยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 2 วันก่อน

แม้จะยังไม่มีการแต่งตั้ง ให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง เนื่องจากต้องรอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับจากภารกิจทัวร์ต่างประเทศเสียก่อน

แต่อดีตบิ๊กกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช คนดัง กลับออกตัวชัดเจนว่า ถนัดงานด้านป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และตรงกับแนวทางของพรรค ที่เน้นการปกป้องการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของชาติ

หากพลิกปูมเส้นทางเข้าสู่ถนนสายการเมืองของ ดำรงค์ เชื่อว่าเส้นสายที่เขาทำงานใกล้ชิดอดีตนักการเมืองชื่อดังเมืองในจังหวัดเชียงราย จนสะสมผลงานในช่วงโค้งสุดท้าย ในตำแหน่งบิ๊กอุทยานฯ ด้วยการไล่รื้อรีสอร์ททับลาน จ.นครราชสีมา รีสอร์ทดังบนเกาะภูเก็ต และ 3 รีสอร์ทบนเกาะเสม็ดที่มีคำพิพากษาสิ้นสุดให้ต้องรื้อถอนออกจากพื้นที่

ซึ่งแม้ส่วนใหญ่จะถูกใจมหาชนที่สนับสนุนแนวจากยอดกดไลน์นับแสน แต่ก็ไม่ถูกใจบรรดาบิ๊กการเมืองที่เป็นขาใหญ่จับจองที่สวยสูดโอโซนบนยอดเขา

กระนั้นก็ตาม แม้ว่าจะไม่ต้องดับเครื่องชน แต่ถึงขั้นต้องแตะเบรกลดสปีด หลังกระแสข่าวหนาหู ถึงขั้นนายกรัฐมนตรี ไม่ปลื้มกับท่าที "ปะ ฉะ ดะ" สักเท่าไหร่จนเจ้าตัวต้องถอยแบบ "รุกคืบ" ออกมาตั้งพรรคการเมืองผลักดันนโยบายแก้ปัญหาป่าไม้ด้วยตัวเอง

เขาย้ำว่า ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งเล็กๆ แต่ก็พร้อมมาช่วยงานอย่างเต็มที่ และขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ที่ทาบทามให้เข้ามาทำงาน ดังนั้นจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล

"หากได้รับมอบหมายให้มาอยู่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จริงๆ ผมจะขอเดินตามแนวทางเดิม โดยเฉพาะงานด้านปราบปรามโดยเฉพาะรีสอร์ทผิดกฎหมาย"

ดำรงค์ บอกถึงการจัดการรีสอร์ท ที่เขาสร้างโมเดลเอาไว้ก่อนเกษียณอายุราชการ

กระนั้นก็ตาม สิ่งน่าสนใจกว่าก็คือ การตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ก่อนเกษียณอายุราชการในระดับ 10 ของทส.ถึง 4 ตำแหน่ง

โดยเฉพาะบิ๊กกรมอุทยาน ที่ต้องจับตาว่าการกลับมาของ "ดำรงค์" ในตำแหน่งที่ใหญ่กว่า จะยังสามารถ "วางหมาก" บนกระดานนี้ได้สำเร็จหรือไม่

หากไม่พลิกโผหลังเดือนต.ค.นี้เชื่อว่าชื่อของ เริงชัย ประยูรเวช คงจะถูกจารึกเป็นอธิบดีอุทยานคนที่ 11 ได้อย่างสบายๆ แม้งานนี้จะมีหลานอาตระกูล "สุรัสวดี" เป็นคู่แข่งรายสำคัญ แต่คงไม่เท่ากับแบคอัพจากแดนไกล

ผู้เขียนหวังว่า การกลับมาของ ดำรงค์ คงไม่ใช่แค่การปูทางการเมืองสู่สนามใหญ่ หรือแค่จัด "ร่างทรง" คุมเกมการทำงาน แต่ขอให้ยึดมั่นในคำประกาศ "ทวงพื้นที่ป่าคืน" สู่แผ่นดินไทย....ดั่งที่เคยลั่นวาจาไว้