ที่คล้ายๆ เป็นควันหลง จากช่วงที่มีการนัดชุมนุมขัดขวางร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และโค่นล้มระบอบทักษิณ
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ช่วงที่สถานการณ์ยังร้อนๆ มีทีวีหลายช่องเชิญบรรดา "ผู้นำทางความคิด" ทั้งฝ่ายโค่นล้มระบอบทักษิณ และค้ำยันระบอบทักษิณ ไปแสดงทัศนะเพื่อให้กองเชียร์ได้ "ฟิน" กันพอหอมปากหอมคอ
O "สิงห์ม่วง" สะดุดกับหลายประโยคของผู้นำความคิดที่สนับสนุนรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เช่น จะล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยวิธีข้างถนนได้อย่างไร ต้องรอให้เลือกตั้งใหม่แล้วกลับมาเป็นฝ่ายชนะสิถึงจะล้มได้ บ้างก็เสนอแนะอย่างทรงภูมิว่าวิธีล้มระบอบทักษิณนั้นง่าย คือ ไปสนับสนุนให้ประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรค แล้วกลับมาชนะในสนามเลือกตั้ง ก็จะล้มระบอบทักษิณได้เอง ฯลฯ
O การขมวดปมทางการเมืองง่ายๆ ว่า ถ้าไม่อยากได้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ไปเลือกตั้งให้ชนะมาสิ โดยที่คนที่พูดก็สนับสนุนรัฐบาลแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ดูว่านโยบายต่างๆ นานา ที่ออกมาก่อความเสียหายให้บ้านเมืองอย่างไร อย่างนี้เขาเรียกว่า "พูดหล่อ แต่หาสาระไม่ได้"
O จริงๆ แล้ว ในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตยนั้น เจ้าของอำนาจที่แท้จริง คือ ประชาชน เพียงแต่มอบอำนาจให้นักการเมืองไปทำงานแทนชั่วคราว แต่อำนาจนั้นยังอยู่กับประชาชนเช่นเดิม ไม่ได้ให้สัมปทานนักการเมืองไปคราวละ 4 ปี แล้วค่อยมาว่ากันใหม่
O ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าคุณจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย คุณก็อาจไม่จำเป็นต้องยอมรับการมี ผบช.น. ชื่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็ได้ เพราะไม่ยอมสร้างความกระจ่างในคดีอุ้มฆ่า คุณเอกยุทธ อัญชันบุตร และมีผลงานชิ้นโบแดงด้วยการอ้าแขนรับลูกชายรัฐมนตรีในรัฐบาลที่โอนจากทหารมาเป็นตำรวจ "เป็นกรณีพิเศษ" ทั้งๆ ที่ยังมีคนดีมีฝีมืออีกมากน่าจะได้รับสิทธิที่ว่านี้ โดยผ่านกระบวนการที่เท่าเทียมและเป็นธรรม
O เช่นกัน แม้ว่าคุณจะสนับสนุนระบอบทักษิณ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องแค่นนิยมชมชอบ นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น ในการพูดคุยเจรจากับรัฐบาลไทยไปด้วย เพราะว่าคุยกันมาร่วมครึ่งปีแล้วสถานการณ์ความรุนแรงก็ไม่ได้ลดลง และการสนับสนุนรัฐบาล "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" ย่อมไม่ได้หมายความว่าจะต้องสนับสนุนการทุจริตจำนำข้าว หรือเชียร์โครงการรถคันแรกที่มีแต่การสวมสิทธิ ทำให้รถติด และสูญเสียรายได้จากภาษีไปหลายหมื่นล้าน
O ความพยายามพูดหล่อ แต่ไม่มีนัยเชิงสาระ หรือเป็นจริงในทางปฏิบัติไม่ได้ เช่น ถ้าจะไม่เอาระบอบทักษิณ ต้องรอประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรคให้เสร็จก่อน อย่างนี้แหละที่นำไปสู่การพึ่งหวัง "อำนาจพิเศษ" การเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะเป็นการพยายามปิดกั้นการตรวจสอบรัฐบาล หนำซ้ำคนที่พูดหล่อก็ไม่ได้พยายามช่วยตรวจสอบอะไร ทั้งๆ ที่สามารถทำได้ ปฏิเสธนโยบายบางอย่างได้ ซึ่งไม่ใช่การล้มรัฐบาล
O การลอยลม ปิดตาข้างเดียว (หรือบางคนอาจจะปิดทั้งสองข้าง) ของผู้ที่มีความรู้ เป็นผู้นำทางความคิดเช่นนี้แหละ ที่ทำให้การเมืองถึงทางตัน ต้องไม่ลืมว่า การเลือกตั้งเป็นกลไกหนึ่งในระบอบประชาธิปไตยก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง
O ฉะนั้นคุณจะเชียร์ใครไม่ว่า แต่อย่าหยุด "การเมืองภาคประชาชน" ที่ต้องตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐอย่างเข้มข้น และอย่าทำตัวเป็นโฆษกแก้ต่างแทนรัฐบาล เหมือนกับที่บางคนทำตัวเป็นโฆษกให้บีอาร์เอ็น จนลืมนึกไปว่ากำลังยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย!






