เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2557 วงเงิน 2.52 ล้านล้านบาท วันที่สอง ในวาระสอง
เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังคง "ดุเดือด" ในเนื้อหางบประมาณล้วนๆ
+++ เพราะเมื่อเข้าสู่มาตรา 4 ว่าด้วย "งบกลาง" วงเงิน 343,131 ล้านบาท ฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตถึงความ"ไม่โปร่งใส" ในหลายเรื่อง โดย วัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ข้องใจกรณีสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่ไม่ส่งเอกสารค่าใช้จ่ายการเดินทางไปราชการต่างประเทศของนายกฯ ที่เดินทางไปกว่า 40 ประเทศ ว่าใช้เงินไปกี่พันล้านบาทแล้ว
+++ ขณะที่ พ.อ.วินัย สมพงษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอเปิดเผยข้อมูลว่า นายกฯ เดินทางไปต่างประเทศถึง 42 ครั้ง ในช่วง 2 ปี งบเดินทางอาจอยู่ในงบสำนักนายกฯ ถ้างบไม่พอก็มาขอใช้งบกลาง ที่ผ่านมานายกฯ ถูกต่อว่ามาตลอดว่า เวลามีปัญหาในประเทศจะเดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้งการที่รัฐบาลเตรียมจัดซื้อเครื่องบินให้นายกฯ และผู้บริหารระดับสูงใช้นั้น ดูแล้วเราใกล้จะเป็นแอร์ฟอร์ซวันของสหรัฐฯ แล้ว จึงไม่เห็นด้วยกับการใช้งบไปเยือนต่างประเทศ เพราะใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่ได้แก่นสาระ
+++ งบเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯ ดูจะเป็น "ประเด็นหลัก" ที่ส.ส.ประชาธิปัตย์หลายคนลุกขึ้นมาตั้งข้อสังเกตว่า มัน "คุ้มค่า" หรือไม่ กับประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ
+++ ร้อนถึง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ต้องลุกขึ้นชี้แจงว่า การเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีเป็นการไปเยือนตามคำเชิญของผู้นำต่างประเทศ ไม่ได้ไปเที่ยว ทุกครั้งนายกฯ ก็จะเชิญนักธุรกิจไปด้วย เพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุน การที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยมาก ก็เพราะนายกฯไปเชิญ
+++ ส่วน วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรฯ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯ ส่วนใหญ่จะหนักไปทางค่าเครื่องบิน โดยปี 2554 ตั้งไว้ 61 ล้านบาท ปี 2555 ตั้งไว้ 61 ล้านบาท ปี 2556 ตั้งไว้ 80 ล้านบาท และปี 2557 ตั้งไว้ 55 ล้านบาท
+++ แต่ละปีๆ งบประมาณซึ่งมาจากเงินภาษีของพวกเรา หมดไปกับการเดินทางไปต่างประเทศของ "ผู้นำประเทศ" ไม่ใช่น้อย ๆ เลยทีเดียว
+++ มีการร้องเรียนว่า "โครงการสร้างโรงเตาเผาขยะพร้อมผลิตไฟฟ้า" ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 900 ล้านบาท ไม่ผ่านการทำประชาพิจารณ์ หรือรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และกลัวว่าจะมีผลต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
+++ นอกจากนั้นยังสงสัยในเรื่องความโปร่งใส เนื่องจาก กทม.ได้ต่อสัญญาว่าจ้างบริษัทเอกชนรายเดิม กำจัดขยะแบบฝังกลบในราคา 550 บาทต่อตัน/วัน ซึ่งถือเป็นวิธีที่ล้าสมัยและมีผลกระทบต่อประชาชน ไม่ได้เปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นที่เคยเสนอเงื่อนไขรับกำจัดขยะในราคาถูก และมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าเข้าร่วมดำเนินการ
+++ เห็นที "กทม." ต้องเร่งออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ แล้วว่า ได้จัดรับฟังความเห็นของประชาชนหรือยัง และทำไมต้องจ้างบริษัทเดิมกำจัดขยะอยู่อีก เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิด "ม็อบต่อต้านโรงเผาขยะ" ขึ้นได้ แล้วหากบานปลาย คงไม่ส่งผลดีต่อทุกฝ่ายแน่ๆ...









