วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าหลงแต่ตัวเลขจีดีพี จนลืมทรัพยากรมนุษย์

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศ "มาตรการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ" โดยประเมินว่ามาตรการที่ออกมาทั้งหมดนั้น

จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลประเมินว่าจะเร่งทำมาตรการเหล่านี้ให้เร็วที่สุดและคาดว่าบางมาตรการจะเริ่มเห็นผลในไตรมาส 4 ของปีนี้ จากมาตรการเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้จากเดิม 1% หรือ มูลค่ารวม 1.2 แสนล้านบาท แต่มาตรการทั้งหมดและการประเมินผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมนั้นยังเป็นที่สงสัยว่าประเมินกันอย่างไร

หากเป็นไปตามที่รัฐบาลประเมินไว้ นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจไทยจะโตขั้นต่ำในปีนี้อย่างน้อย 5% เพราะหากนำตัวเลขประมาณการของกระทรวงการคลังที่ประเมินไว้ว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัว 4.5% มาตรการเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 5.5% และหากยึดตามตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ประมาณไว้ที่ 4.2% มาตรการนี้จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 5.2% แต่คำถามก็เกิดขึ้นเมื่อพิจารณารายละเอียดของมาตรการเหล่านี้ทั้งหมดจะมีความเป็นไปได้อย่างไรที่จะผลักดันได้ขนาดนั้น

หากดูมาตรการทั้งหมดที่ถือว่าเป็นมาตรการใหม่จริงๆที่ออกมา คือ มาตรการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการยกระดับมาตรการโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวให้การปรับปรุงอาคารสถานที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ รวมทั้งการสนับสนุนจัดสัมมนาในต่างจังหวัดที่ลดหย่อนได้เช่นกัน ส่วนมาตรการอื่นแทบไม่มีมาตรการอะไรที่ใหม่ไปจากเดิม โดยเฉพาะเรื่องการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐนั้น แทบจะเป็นเรื่องที่ต้องกล่าวถึงกันทุกครั้งเมื่อมีการกล่าวถึงว่าทำอย่างไรจะใช้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้

ยิ่งกว่าในเรื่องการท่องเที่ยว ที่ถือว่าเป็นปีทองอีกครั้งของวงการธุรกิจท่องเที่ยวไทยในปีนี้ จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน ทั้งๆที่กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา แทบจะไม่มีบทบาทอะไรมากเหมือนกับช่วงก่อนหน้าที่มักจะเป็นเจ้าภาพในการรณรงค์การท่องเที่ยวไทยในต่างประเทศ นั่นหมายความว่าการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นจุดแข็งในหลายเรื่อง ทั้งวิถีชีวิตของผู้คนและสถานที่ ทำให้การท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ขาดหายไปจากมาตรการเหล่านี้คือการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม หากติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของไทยในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าน่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย เพราะโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านและเงินกู้โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่เป็นความหวังดันจีดีพี ซึ่งไม่รู้ว่าที่ประเมินออกมารวมเอาไว้ด้วยหรือไม่ แต่ทุกอย่างในปีนี้ดูเหมือนจะไม่เอื้ออำนวยมากนัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวนอย่างมาก เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งเศรษฐกิจไทยที่ต้องพึ่งพาการส่งออกและปรากฏในตัวเลขจีดีพีเป็นหลักนั้นจึงได้รับผลกระทบไปด้วย

เราเห็นว่าตัวเลขจีดีพีที่มีการประเมิน ซึ่งยังไม่นับรวมมาตรการที่รัฐบาลออกมานั้น หลายฝ่ายก็ยอมว่าไม่เลวร้ายนัก เมื่อเปรียบกับหลายประเทศ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะตื่นตกใจและอาจเกรงว่าจะมีคนวิจารณ์ว่าไม่ทำอะไร หากรัฐบาลต้องการจะวางรากฐานเศรษฐกิจอย่างจริงจัง น่าจะมีมาตรการเหล่านี้นอกจากการก่อสร้างถนนและทางรถไฟ ซึ่งขณะนี้ มีคนหลายวงการบ่นกันมากเรื่องคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาคน แต่เรายังไม่เห็นมาตรการใดๆของรัฐบาลออกมาเพื่อเรื่องเหล่านี้เลย จึงมีคำถามว่าทำยากหรือไม่คิดจะทำ