วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ว่าด้วยก๊าซหุงต้ม

ตอนนี้กระทรวงพลังงานกำลังโหมหนัก เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) โดยเฉพาะที่ใช้ในครัวเรือน

หรือ ”ก๊าซหุงต้ม” ก่อนจะเดินหน้าขยับราคาในเดือนก.ย.นี้เป็นครั้งแรกเดือนละ 0.50 บาทต่อกก.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำหนักหนาว่าคราวนี้จะปรับราคา”จริงจริ๊ง”

ถึงเวลาต้องลุ้นกันว่า จะปรับราคาได้หรือไม่ เพราะยามนี้เดินหน้าได้ ก็นับว่า ”แน่” เพราะการทำให้ค่าใช้จ่ายผู้คนในประเทศสูงขึ้น อาจส่งผลต่อความนิยมของรัฐบาล เนื่องจากทุกฝ่ายต่างออกมาประเมินอย่างมีน้ำหนักถึงเศรษฐกิจประเทศครึ่งปีหลังที่ชะลอตัว ผู้คนจับจ่ายระมัดระวัง จากเงินในกระเป๋าที่มีค่าน้อยลงทุกวัน

สิ่งที่กระทรวงพลังงานเตรียมพร้อมรับมือการปรับราคาแอลพีจีมาหลายปี แม้นโยบายขึ้นราคาที่ผ่านๆมาจะสะดุดมาตลอด คือ การให้ข้อมูลต่อสาธารณะ และการหามาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่จะได้รับผลกระทบ

เมื่อจะเดินหน้าปรับราคาจริงๆ จึงกระชับมาตรการช่วยเหลือแม่ค้าหาบเร่แผงลอยและผู้มีรายได้น้อยให้ใช้ก๊าซหุงต้มราคาเดิมที่ 18.13 บาทต่อกก. และทำอย่างทั่วถึง เพื่อมาถ่วงน้ำหนักการปรับขึ้นราคา ไม่เช่นนั้นจะเกิดเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ถูกสรรเสริญทั้งขาขึ้นขาล่อง ซึ่งตอนนี้ยังกวาดต้อนบรรดาแม่ค้าหาบเร่แผงลอยให้มาขึ้นทะเบียนได้ไม่ครบถ้วนดี

กว่าจะเดินมาถึงขั้นเตรียมปรับขึ้นก๊าซหุงต้มใช้เวลานับสิบปี ถูกกร่นด่าก็หลายรอบ ใช้สรรพกำลังไปหลายหยาดเหงื่อ ดังนั้นเมื่อตั้งใจจะเดินหน้า คงต้องทำให้การปรับขึ้นราคาเข้าเป้าอย่างแท้จริง หมายถึงทำให้เงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีภาระแฝงเกิดขึ้น และการใช้แอลพีจีไม่บิดเบือน

ที่ว่าภาระแฝง คือ บรรดาร้านอาหาร ”เหลา” หรือโรงงานอุตสาหกรรม ที่อยากจะยากจนขึ้นมา ปลอมตัวเป็นคนยากจนใช้ก๊าซหุงต้มถังเล็ก เพื่อให้ได้ราคาเดิม ดังนั้นจึงต้องกระชับพื้นที่ในกรณีนี้ด้วย

ส่วนการลักลอบขายข้ามประเภท และขายข้ามพรมแดนจากแรงจูงใจของส่วนต่างราคาที่ยังแตกต่างระหว่างแอลพีจีภาคส่วนต่างๆ และราคาขายในต่างประเทศ ก็ต้องใช้กำลังตำรวจในการปราบปรามเอาจริงอีกทางก็น่าจะช่วยได้ เพราะอนาคตปัญหาเหล่านี้จะลดลงเมื่อราคาไม่แตกต่างกัน

นอกจากกล้าหาญปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มแล้ว ยังมีอีกกรณีที่ต้องพิจารณา เพราะเป็นปัญหาไม่แตกต่างกัน คือ ราคาดีเซล

การตรึงราคาที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรเป็นเวลากว่า 3 ปีมาแล้ว เป็นที่ทราบว่ามีผู้ได้รับอานิสงส์ทางตรง นั่นคือ การขยายตัวของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์หรูที่ใช้ดีเซลบนท้องถนน ส่วนราคาสินค้าปรับขึ้นก่อนหน้าไปนานแล้ว นโยบายนี้เป็นอีกเรื่องที่ต้องมาประเมินใหม่ ว่า นโยบายตรึงดีเซลพุ่งตรงไปยังเป้าหมายในการยพยุงเศรษฐกิจ ต้นทุน และราคาสินค้ามากน้อยเพียงใด เพื่อทบทวนว่าสมควรมีมาตรการนี้ต่อไปหรือหามาตรการอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
เพราะไหนๆ จะปรับโครงสร้างราคาพลังงานแล้ว คงต้องคิดทั้งระบบ....