กัมพูชา เพื่อนบ้านของเราจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปสมัยที่ 5 ในวันอาทิตย์นี้ แทบไม่ต้องเดา ใครก็มองออกว่าพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP
ของฮุน เซน นายกตลอดกาลคงชนะอย่างถล่มทลาย ไม่มีทางพลิกล็อกเหมือนตอนจัดเลือกตั้งครั้งแรกปี 2535 ที่ฮุน เซน แพ้ เจ้ารณฤทธิ์ แต่ก็ยังขอเป็นนายกร่วมจนได้ และเมื่อขัดกันหนักเข้าก็ปฏิวัติไล่เจ้ารณฤทธิ์หนีตายแล้วเป็นนายกคนเดียว ซึ่งก็ทำให้ความฝันในตอนนั้นของอาเซียนที่จะรวมสมาชิกให้ครบทั้ง 10 ชาติให้ทันภายในโอกาสครบรอบ 30 ปีเมื่อปี 2540 ต้องค้างไปก่อน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งที่ฮุน เซน กุมกลไกทุกอย่างไว้ในมือได้หมดวันนี้ ก็ยังมีประเด็นน่าคิดหลายประเด็น
ทั้งนี้ กัมพูชาจะจัดการเลือกตั้ง 23 จังหวัด และ 1 ราชธานี โดยพรรคการเมือง 8 พรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อชิงตำแหน่ง ส.ส.จำนวน 123 ที่นั่ง วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมีประมาณ 9,670,000 คน สำหรับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เมื่อปี 2551 มีพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้ง จำนวน 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชนกัมพูชา 90 ที่นั่ง พรรคสมรังสี 26 ที่นั่ง พรรคสิทธิมนุษยชน 3 ที่นั่ง พรรคนโรดมรณฤทธิ์ และพรรคฟุนซินเปค พรรคละ 2 ที่นั่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่าฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านห่างกันมาก พอมาคราวนี้พรรคอันดับสองเลยควบกับอันดับสาม และอันดับสี่ควบกับอันดับห้า เผื่อจะมีโอกาสมากขึ้น
CPP มักส่ง ส.ส.เดิม ขณะที่บางส่วนเป็นผู้สมัครใหม่ ที่เป็นทายาทของแกนนำพรรคฯ และผู้นำกองทัพ อาทิ นายฮุน มานี บุตรชายของสมเด็จฮุน เซน นายซก โซกัน บุตรชายของนายซก อาน รอง นรม. นายซอ ซกคา บุตรชายของนายซอ เคง รอง นรม. นายกีม ริทธี บุตรชายของ พล.เอก กวน กีม รอง ผบ.ทสส. และนายดี วิเจีย บุตรเขยของสมเด็จ ฮุน เซน นอกจากนี้ยังมีอดีตข้าราชการระดับสูง เช่น นายแกบ ชุติมา อดีต ผวจ.กรุงพนมเปญ
ในห้วงที่ผ่านมา ฮุน เซน มักใช้โอกาสที่เป็นประธานในพิธีการต่างๆ หาเสียงอย่างต่อเนื่อง เขามั่นใจว่าพรรคฯ จะได้รับที่นั่ง 2 ใน 3 จากที่นั่งทั้งหมดและจะครองตำแหน่งนายกไปจนอายุ 74 ปี ซึ่งก็น่าจะมีโอกาสสูง เพราะหน่วยงานของรัฐล้วนแต่ช่วยรัฐบาลหาเสียงเป็นงานหลัก สมทบกับความพยายามลดความน่าเชื่อถือของพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคสงเคราะห์ชาติ ซึ่งตอนนี้เป็นพรรคคู่แข่งที่สำคัญ โดยใช้ประเด็นที่อ่อนไหวในการโจมตี เช่น อ้างว่า มีพวกอยากโค่นล้มรัฐบาลและระบอบกษัตริย์ แฝงตัวอยู่ในพรรคฝ่ายค้าน ส่วนใหญ่มีที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ และบางกลุ่มมีกองกำลังติดอาวุธที่ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการ หรือเรียกร้องให้ประชาชนชุมนุมประท้วงนายกึม โซะคา รอง หน.พรรคสงเคราะห์ชาติ กรณีปราศรัยว่า คุกตวลแสลงและระบอบเขมรแดงเป็นเรื่องที่จัดฉากขึ้นของเวียดนาม ลำพังเท่านี้ฝ่ายค้านก็อ่วมพออยู่แล้ว แต่กลไกของรัฐและสื่อมวลชนสายรัฐบาลก็ยังช่วยถล่ม เช่น ปปช.ขู่จะเอาผิดกับเจ้าสีสุวัติ ธรรมิโก แกนนำพรรคสงเคราะห์ชาติ ที่ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน หรือ กกต.ตัดสิทธิ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 28 คน ที่ฮือฮาดราม่าที่สุดก็กรณีกีดกันไม่ให้นายสม รังสี ที่หนีคดีข้อหาถอนหมุดชายแดนเข้าประเทศ กว่าจะยอมให้เข้ามาได้ ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
ฝ่ายค้านที่มีขีดความสามารถที่สุดในกัมพูชาปัจจุบัน คือพรรคสงเคราะห์ชาติ ที่กล้ำกลืนความขัดแย้งระหว่างพรรคสม รังสีกับพรรคสิทธิมนุษยชน รวมตัวกันเน้นส่งผู้สมัครซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ในหลายพื้นที่ การเคลื่อนไหวเท่าที่ผ่านมาก็เน้นประเด็นประชาธิปไตย เช่น เรียกร้องให้มีการปฏิรูป กกต. ปฏิรูประบอบการเลือกตั้ง เปิดโปงการทุจริตของรัฐบาลกรณีให้สัมปทานที่ดินเพื่อปลูกยางพาราใน จ.รัตนคีรี แก่บริษัทปลูกยางพาราของเวียดนามซึ่งมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลกัมพูชา โดยมีการขับไล่ราษฎรกัมพูชาออกจากที่ดินทำกิน และทำลายทรัพยากรป่าไม้ แต่ดูท่าทางแล้วไม่น่าที่จะปลุกกระแสขึ้นเท่าใดนัก ส่วนพรรคฟุนซินเปค ซึ่งผนวกพรรคนโรดมรณฤทธิ์ เข้ามาเมื่อปลายปีก่อน ได้เลือกเจ้าหญิงนโรดมอรุณรัศมี พระราชธิดาของสมเด็จพระนโรดมสีหนุ เป็น หน.พรรคฯ มีการขอให้จีนสนับสนุนพรรคฯ เช่นเดิม แต่คาดว่า พรรคฯ จะได้รับการเลือกตั้งสักสิบที่เท่านั้น
ไม่มีสิ่งบอกเหตุบ่งชี้ว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นจนควบคุมไม่ได้ หรือชาติตะวันตกจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ส่วนประเด็นที่กระทบต่อไทย คราวนี้แปลกหน่อย เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ละพรรคการเมืองมักการปลุกเร้าประเด็นชาตินิยมโจมตีไทย เพื่อให้เห็นว่าฝ่ายของตนปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ขณะที่คู่แข่งทางการเมืองปกป้องผลประโยชน์ของไทย แต่คราวนี้กลับไม่พบการปลุกเร้าประเด็นนี้ ฝ่ายค้านมุ่งโจมตีเรื่องรัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้เวียดนามเสียมากกว่า ซึ่งอาจแปลความได้ว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเขาเห็นผลประโยชน์ร่วมกันของชาติเขากรณีเขาพระวิหาร หากงัดหลักฐานบ้าๆ บอๆ แบบที่ไทยทะเลาะลากไส้กันเรื่องข้าว กัมพูชาอาจเสียเปรียบไทยในสายตาผู้พิจารณาคดีนี้ก็ได้
ถ้ามองอีกมุม การละไม่เล่น Thai Card อย่างที่เคยเล่น ก็อาจเพราะฝ่ายค้านต้องการการสนับสนุนของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ผ่านทางการกดดันของสหรัฐฯ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลไทย แต่ไทยไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากคดีอธิปไตยเหนือพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารกำลังอยู่ในช่วงสุดท้าย หาก CPP ชนะเลือกตั้งได้ครองอำนาจต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี รัฐบาลกัมพูชาอาจใช้มติมหาชนเป็นข้ออ้างในการจัดการกับไทยด้วยวิถีทางต่างๆ หากผลการตัดสินคดีปราสาทพระวิหารไม่เอื้อประโยชน์ต่อกัมพูชา หรืออาจส่งเสริมการเรียกร้องสิทธิในพื้นที่ทับซ้อนอื่นๆ ทั้งนี้ ความเชี่ยวชาญของฝ่ายกัมพูชาในการปฏิบัติการข่าวสารและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการประสานการดำเนินการในทุกภาคส่วน ทำให้กัมพูชามีขีดความสามารถสูงในการต่อรองผลประโยชน์ต่างๆ ฝ่ายไทยจึงควรเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุกและสร้างความเข้าใจในการแสดงออกอย่างเป็นเอกภาพในการรับมือต่อปัญหาใดๆ ที่อาจเกิดจากกัมพูชาต่อไป






