วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนล้นคุก

ครั้งแรกตั้งใจจะใช้ชื่อหัวข้อว่าปัญหาคนล้นคุก แต่คิดอีกครั้งไม่แน่ใจว่าสังคมไทยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาหรือไม่

และหากเป็นปัญหาจริง เรื่องนี้จะเป็นปัญหาของใครบ้าง จึงเป็นการตั้งประเด็นไว้กว้างๆ เพื่อให้สังคมไทยช่วยกันมองเรื่องนี้อย่างหลากหลาย

เชื่อว่าขณะนี้หลายประเทศต้องประสบกับปัญหาคนล้นคุกซึ่งน่าจะเข้าใจได้ว่าหมายถึงการที่มีผู้ที่กระทำผิดกฎหมายและต้องโทษจำคุกหรือกักขังไว้ในสถานที่ที่มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานหลายประการไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพในการเดินทาง เสรีภาพในการเลือกที่อยู่อาศัย เสรีภาพในชีวิตความเป็นอยู่บางประการ หรือแม้กระทั่งต้องถูกจำกัดเสรีภาพทางการเมืองไปบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการลงโทษและแก้ไขฟื้นฟูคนเหล่านั้นเพราะกระทำผิดต่อกติกาของสังคม ซึ่งสถานที่เหล่านั้นมีชื่อเรียกและลักษณะแตกต่างกันไป เช่น เรือนจำ สถานกักขัง หรือทัณฑสถาน แล้วแต่ประเภทของผู้กระทำผิดหรือความร้ายแรงของโทษที่ได้รับ

ประเด็นสำคัญในวันนี้คือมีการคาดการณ์ว่าในปีหน้าจะมีผู้ที่กระทำผิดและต้องอยู่ในสถานที่เช่นว่านี้ประมาณ 300,000 คน ในขณะที่มีความสามารถรองรับได้เพียง 120,000 คน ซึ่งเกินไปกว่าสองเท่าตัว ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะมีอัตราจำนวนเพิ่มเดือนละประมาณ 3,500 คน และค่าใช้จ่ายสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของคนเหล่านี้ต่อคนต่อปีประมาณ 21,000 บาท โดยน่าจะต้องใช้เงินประมาณ 6 พันกว่าล้านบาทและยังไม่รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค และอื่นๆ รวมกันแล้วไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งหมื่นล้านบาท

หากจะถามว่าถ้าสร้างเรือนจำเพิ่มเติมขึ้นมารองรับจำนวนคนตรงนี้ให้เพียงพอจะมีค่าใช้จ่ายอย่างไร พบว่านอกเหนือจากประเด็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นและหายากในปัจจุบัน เฉพาะค่าก่อสร้างประมาณแห่งละหนึ่งพันล้านบาท ซึ่งทั้งหมดที่หยิบยกขึ้นมาเป็นเพียงตัวเลขแบบประมาณการเท่านั้น

นอกเหนือจากประเด็นด้านเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาทางด้านสังคมยังเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญกับการดูแล พัฒนาและฟื้นฟูผู้กระทำผิดที่ย้ำว่าจะต้องแตกต่างกันไปตามเพศ อายุ พฤติการณ์ของการกระทำผิด และโทษตามคำพิพากษาที่ได้รับมาจากศาลยุติธรรมอีกด้วย เพราะเป้าหมายสุดท้ายที่พูดกันจนติดปากในปัจจุบันคือ คืนคนดีสู่สังคม

หากมองเรื่องนี้อย่างรอบด้านจะพบว่าคนจำนวนดังกล่าวยังจะต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม (การยกเลิกโทษประหารชีวิตคงต้องแยกเป็นอีกเรื่องต่างหาก) แม้จะถูกจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่ก็ตาม เราจะเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างไร เพราะความจริงมีอยู่ว่าเขาต้องหมุนเวียนเข้าสู่สังคมและดำรงชีวิตต่อไป

บริบททางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองทั้งในสังคมไทยและนานาชาติจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ และแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งและไม่ใช่เรื่องของภาครัฐเท่านั้น แต่เห็นว่าเป็นเรื่องของทุกคนในสังคม และในที่นี้ก็คือกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน การควบคุมและฟื้นฟูผู้กระทำผิดตามหลักขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์เพื่อให้กลับเข้ามาใช้ชีวิตต่อไปในสังคม การเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิด รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก

การเผชิญหน้ากับเรื่องนี้อย่างไรขึ้นอยู่กับโครงสร้างของสังคมด้วย ดังนั้น มุมมองและทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อระบบงานยุติธรรมจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางของการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ เพราะความรู้สึกนึกคิดและความเห็นของคนในสังคมส่งผลต่อการผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายซึ่งต้องใช้ระบบรัฐสภา หรือกลไกต่างๆ ในสังคมที่จะต้องตรวจสอบและส่งเสริมให้ผู้บังคับใช้กฎหมายทำหน้าที่ให้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ตุลาการจะต้องทำหน้าที่ในการตีความและใช้กฎหมายให้ถูกต้อง และสุดท้ายผู้ที่ทำหน้าที่บังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาจะต้องทำหน้าที่ควบคุมและฟื้นฟูให้ผู้กระทำผิดกลับเข้ามาใช้ชีวิตในสังคมต่อไป

ในมุมมองด้านหนึ่งกลไกและกระบวนการทั้งหมดจึงเป็นกระบวนการทางสังคมที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์ แต่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงจะต้องเริ่มต้นจากกระบวนทัศน์ของความเป็นพลเมืองที่มีความหมายและขอบเขตครอบคลุมการเคารพและยอมรับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยจะต้องสร้างสมดุลของการป้องกันควบคู่ไปกับการปราบปรามลงโทษและแก้ไขฟื้นฟูซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะความหมายของพลเมืองที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้อย่างจริงจัง

บทบาทของความเป็นพลเมืองเพื่อปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงระบบงานยุติธรรมของสังคมโดยเริ่มต้นจากประเด็นคนล้นคุก ถือว่าเป็นบทท้าทายและบททดสอบเบื้องต้นของการพัฒนาสังคมนิติธรรมอีกช่วงหนึ่งของสังคมไทย เมื่อถึงตรงนั้นจะย้ำเตือนการค้นพบว่าเรื่องของคุกตะรางยังคงเป็นพื้นฐานที่สำคัญของประวัติศาสตร์สังคมเสรีประชาธิปไตย