วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือทั้งข่าวดีและร้าย

ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ที่ย้ำว่าเฟดไม่อยู่ในภาวะที่ใกล้จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ถือเป็นการตอกย้ำตลาดว่านโยบายผ่อนคลายการเงินของสหรัฐ จะยังไม่ยุติลงเร็วๆ นี้ เพราะว่าเศรษฐกิจยังเผชิญความเสี่ยงหลายประการ โดยเฉพาะจากการลดการใช้จ่ายของรัฐบาล สำหรับแผนการของเฟดในการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอีนั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่อง โดยการคาดหมายว่าเฟดใกล้จะเริ่มเข้มงวดนโยบายการเงินนั้น อาจเป็นการคาดหมายที่เร็วไปหน่อย

ประธานเฟด ระบุชัดเจนว่า เฟด คงไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้มากนัก เพราะเศรษฐกิจยังอ่อนแอ ส่วนอัตราเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น หากมีการเข้มงวดนโยบายในช่วงนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ โดยการเติบโตของสหรัฐยังอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สถานการณ์ด้านการสร้างงานหรืออัตราว่างงานนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ สำหรับอัตราว่างงานระยะยาวก็ยังสูงเกินไป เช่นกัน นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยในส่วนของการลดการใช้จ่ายที่สภากำหนด ในอันที่จะลดการขาดดุล ซึ่งสิ่งนี้อาจส่งผลเสียต่อการเติบโตได้

นโยบายการคลังที่เข้มงวดมากขึ้น อันเสี่ยงที่จะจำกัดการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 2-3 ไตรมาสต่อไป ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลเสียนานกว่าที่คาดไว้ และทำให้ประธานธนาคารกลางสหรัฐอุบแผนการที่จะลดการเข้าซื้อพันธบัตร รวมถึงแผนการที่จะยุติการเข้าซื้อในที่สุด โดยก่อนหน้านี้เฟดได้กำหนดตัวเลขเป็นเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าอัตราว่างงานต้องลดลงเหลือ 6.5% จากปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 7.6% ก่อน ส่วนเงินเฟ้อก็ต้องไม่เกิน 2% ธนาคารกลางสหรัฐ จึงจะเคลื่อนไหวเพื่อชะลอมาตรการคิวอี

ล่าสุด ประธานเฟด ชี้แจงว่า ตัวเลขอัตราว่างงานและเงินเฟ้อที่กำหนดไว้ ถือเป็นเกณฑ์คร่าวๆ เท่านั้น และไม่ได้หมายความว่าทันทีที่ตัวเลขทั้งสองถึงระดับดังกล่าว จะมีการขึ้นดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ ซึ่งท่าทีล่าสุดของประธานเฟดนี้ นับว่าสร้างความกระจ่างให้แก่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะนักลงทุน ได้เป็นอย่างดี เพราะว่าก่อนหน้านี้หุ้นเคยผันผวนมาครั้งใหญ่แล้ว สืบเนื่องจากคำกล่าวของประธานเฟด ที่ถูกนำไปตีความในด้านต่างๆ แต่คำชี้แจงล่าสุดสะท้อนว่าเฟดไม่มีแนวโน้มจะลดการเข้าซื้อพันธบัตรเร็วๆ นี้ ซึ่งนักลงทุนบางส่วนก็ขานรับกับท่าทีที่ชัดเจนดังกล่าว

แต่หากมองในอีกแง่หนึ่งแล้ว การที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่มั่นคงและต่อเนื่อง ก็คงไม่ใช่ข่าวดีสำหรับประเทศต่างๆ ที่พึ่งพาการค้าขายกับสหรัฐ ทั้งยังทำให้บรรยากาศโดยรวมในโลก ไม่ค่อยสดใสด้วย ความที่เศรษฐกิจสหรัฐมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยการประเมินสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของเฟดครั้งล่าสุด ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวในระดับพอประมาณถึงปานกลาง โดยตลาดที่อยู่อาศัยและภาคการก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการฟื้นตัวในตลาดแรงงานยังไม่ค่อยสดใส เพราะในบางเขตยังมีความลังเลที่จะจ้างคนงานเต็มเวลาเป็นการถาวร ซึ่งสถานการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐที่มีทั้งทิศทางที่ค่อนข้างคาดหมายได้ในระยะสั้น อย่างมาตรการคิวอีที่จะดำเนินไปอีกพักหนึ่ง กับเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินไปเช่นนี้อีกนานเท่าไรนั้น ถือเป็นข่าวที่ปัดเป่าความไม่แน่นอน แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลของประเทศต่างๆ ก็ยังมีงานต้องทำต่อเนื่อง ในรูปของการผลักดันหรือส่งเสริมการเติบโตในประเทศต่อไป ในยามที่เศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป และ จีน ยังไม่สดใส