วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจ... เป้าหมายการเมือง!

"9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สภาพัฒน์ รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจเดือนพฤษภาคม และแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2556

โดยผลที่ออกมา แสดงให้เห็นถึงการลดลงของระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะดัชนีการลงทุนของภาคเอกชน หดตัวลง 1.7% ดัชนีผลผลิตสินค้าทางการเกษตร หดตัว 0.3% มูลค่าการส่งออก หดตัวลง 1.2% และมูลค่าการนำเข้าสินค้าลดลง 4.8%...เป็นจุดที่ทำให้รัฐบาลวิตก"

ไม่ได้วิตกปัญหาขาลงทางเศรษฐกิจ...แต่ห่วงจะซ้ำเติมขาลงทางการเมือง!

ความนิยมของรัฐบาลที่ลดลงเร็ว...อย่างคาดไม่ถึง สาระสำคัญจากปมสงสัย "ทุจริต คอร์รัปชัน" โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าว

หากปล่อยให้เศรษฐกิจชะลอ สินค้าแพง เข้ามาผสมโรงอีก ย่อมที่จะฉุดให้รัฐบาลดิ่งเร็วมากขึ้น!

เพราะว่าเมื่อมองไปข้างหน้าในส่วนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สภาพัฒน์ รายงานว่าเศรษฐกิจโลกอยู่ในระหว่างการฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ต่ำในไตรมาสแรก แต่มีสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนยังคงหดตัว อัตราการว่างงานยังอยู่ในเกณฑ์สูง แต่ภาคการผลิตเริ่มมีเสถียรภาพและส่งสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น ส่วนสัญญาณเศรษฐกิจญี่ปุ่น เริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และมาตรการขยายปริมาณเงิน รวมทั้งเศรษฐกิจจีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก

เมื่อมองสถานการณ์ข้างหน้าแบบนี้ คิดได้สองแบบ...ข้างหน้าดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มผันผวนสูง และโลกอาจจะเผชิญวิกฤติได้อีกรอบหนึ่ง รัฐบาลที่ดีต้องเก็บงบประมาณไว้ใช้ยามจำเป็น ไม่ควรรีบร้อน ยิ่งหากสถานการณ์วันนี้ เศรษฐกิจไทย ไม่แย่มาก ก็ไม่ควรเร่งอัดฉีดเงินเข้าระบบ

แต่รัฐบาลวันนี้ กลับไม่คิดเช่นนั้น เหตุผลเพราะ "ตัวแปรทางการเมือง"

มีผลสำรวจโพลล์สองสำนัก...ที่พอจะสะท้อนได้ว่าข้อสงสัยในปมทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้รัฐบาลต้องคิดถึงการดูแลเรื่องปากท้อง เพื่อหวังฟื้นความนิยมทางการเมือง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,449 คน ช่วงวันที่ 9-13 กรกฎาคม 2556 สรุป 5 อันดับ “ผลงานของรัฐบาล” ที่ฉุดความนิยมของรัฐบาลให้ “ลดลง” คือ อันดับ 1 โครงการจำนำข้าว 47.13% อันดับ 2 การทุจริตคอร์รัปชันในโครงการต่างๆ ของรัฐ 14.56% อันดับ 3 สินค้าแพง /ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบาก 13.79% อันดับ 4 การแก้ปัญหาไฟใต้ 12.64% อันดับ 5 โครงการกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ที่ทำให้ประชาชนเป็นหนี้ 11.88%

"เอแบคโพลล์" มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ ระหว่างวันที่ 8-13 กรกฎาคม 2556 พบว่า "กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือ 73.5% คิดว่า การประกาศต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ ในขณะที่ 26.5% คิดว่าช่วยแก้ไขได้"

เส้นทางข้างหน้า...วิบากกรรมทางการเมืองจะหลอกหลอนรัฐบาลมากขึ้น เพราะว่า ยิ่งอ่อนแอ ยิ่งสงสัยในการบริหารประเทศ การจะเดินไปข้างหน้าย่อมลำบาก ยิ่งเป็นที่ทราบดีว่า วันที่ 1 สิงหาคม รัฐสภาจะเปิดประชุม ในสถานการณ์ที่อ่อนแอ ย่อมไม่อาจจะผลักดันเรื่องยากๆ เข้าสภาได้อย่างที่คาดหวังครั้งก่อน

สร้างความหวังทางเศรษฐกิจ...คือ หนทางเดียว เวลานี้ที่จะฟื้นความเชื่อมั่น เรียกคะแนนนิยมรัฐบาลกลับคืนมาได้ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นดาบสองคม หากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะคลอดออกมาเน้นระยะสั้น อย่างที่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เตือนดักคอไว้ล่วงหน้าแล้วนั้น ผลอาจจะออก "ทางลบ" มากกว่า

เพราะว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ อาจจะดังกว่ามาตรการที่จะออกมา...จึงอาจจะเสียถึงงบประมาณและเสียคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นไปอีก

จึงควรคิดให้ดี!