วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขาลงทั่วโลก บทพิสูจน์ความแกร่ง

จากสภาพเศรษฐกิจขาลงที่เป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่องกันไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป หรือความหวังใหม่อย่างเอเชีย

ล้วนเป็นเวทีสำคัญให้ผู้นำแสดงศักยภาพออกนโยบายต่างๆ เพื่อความอยู่รอดของเศรษฐกิจทุกระดับตามขอบเขตความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะระดับองค์กร ระดับประเทศ หรือระดับโลก ล่าสุด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ของปี จากเดิมภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะมีพื้นฐานขยายตัวได้เกิน 5% เหลือค่ากลางที่ 4.3% จากเดิมคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ อีกทั้งรัฐบาลยังกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเงินลงทุน 6-7 หมื่นล้านบาท แต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจยุโรปยังไม่ฟื้นตัว จีนมีปัญหาการปล่อยสินเชื่ออาจทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐยังต้องจับตาต่อเนื่อง

ปัจจัยต่างๆ ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกปีนี้ ขยายตัวเพียง 4.1% มูลค่า 235,425 ล้านดอลลาร์ เป็นคาดการณ์ที่ลดต่ำลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 8.2% มูลค่า 244,623 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าทั้งปีจะขยายตัว 7.1% มูลค่า 233,281 ล้านดอลลาร์ ทำให้ปี 2556 คาดว่าจะเกินดุลการค้า 2,144.20 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ การส่งออกที่ลดลงและเงินบาทแข็งค่าก่อนหน้าทำเงินหายจากระบบเศรษฐกิจ 2.7 แสนล้านบาท และการล่าช้าการลงทุนโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาททำให้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเข้าสู่เศรษฐกิจน้อยลง ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุล 975.80 ล้านดอลลาร์ เป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2541

ขณะที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย มองเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปี 2556 ยังขยายตัวในทิศทางที่ดีแม้ว่าหลายสำนักจะปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจแต่ก็ยังอยู่ในอัตราที่ดี จากการหารือกับภาคเอกชนด้วยกันเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 4-5% และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะสร้างเสถียรภาพในระยะปานกลางได้ ทั้งยังคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนครึ่งปีหลังไม่น่าผันผวนและคงไม่เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ต้องเฝ้ามองปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลต่อการส่งออกของไทย ซึ่งเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ควบคู่กับการติดตามปัจจัยตลาดเงินตลาดทุนจะมีทิศทางอย่างไร โดยอาจมีสถานการณ์ผันผวนเพราะประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกเริ่มส่งสัญญาการชะลอมาตรการคิวอีของสหรัฐ แม้ยังไม่ประกาศจะยกเลิกแต่ก็ได้ส่งสัญญาณออกมา

และเมื่อเร็วๆ นี้ กิจการชำแหละไก่สด และส่งออกไก่ รายใหญ่แห่งหนึ่งของไทยก็ประกาศปิดกิจการบางส่วนลง โดยอ้างถึงมาตรการค่าแรง 300 บาทของรัฐทำให้กระทบต่อต้นทุน แม้ค่าแรงขั้นต่ำดังกล่าวประเทศไทยจะไม่ได้สูงที่สุดในอาเซียนก็ตาม ซึ่งมองในอีกแง่หนึ่ง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงถึงการประกอบกิจการในประเทศบางส่วนยังไม่ได้ใช้ฝีมือที่แท้จริง แต่อยู่รอดได้โดยอาศัยข้อได้เปรียบบางประการ เช่น ค่าแรงถูก การให้ส่วนลดทางภาษีจากรัฐ ไม่ใช่กิจการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มจากมันสมองมนุษย์ ฉะนั้น เมื่อเผชิญความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ก็อยู่ยาก ซึ่งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจน่าจะเป็นเหมือนกันทั่วโลก ทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริหารประเทศคงต้องพิสูจน์ความฉลาด และแข็งแกร่ง ทำงานหนัก ระดมสมองวางแผนระยะไกล ให้องค์กร และประเทศอยู่รอดอย่างยั่งยืน