ความสำเร็จและความยั่งยืนของธุรกิจหรือองค์กรใดๆ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคิดค้นหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
เพื่อไม่ให้องค์กรยึดติดอยู่กับความสำเร็จหรือสิ่งที่ทำอยู่เดิมๆ และเพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ดีความท้าทายสำคัญที่เกิดขึ้นก็คือ ทำอย่างไรถึงจะสามารถคิดค้นในสิ่งใหม่ๆ?
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ได้รวบรวมประสบการณ์จากนักธุรกิจและนักวิชาการต่างๆ ถึงแนวทางในการคิดค้นไอเดียทางธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งผมเลยขอรวบรวมและสรุปมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านกันนะครับ
หัวใจสำคัญของการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ นั้นส่วนใหญ่จะเริ่มเจ้าตัวปัญหาที่เราประสบพบเจอในสถานการณ์ต่างๆ ครับ เจ้าตัว “ปัญหา” นั้น นักวิชาการฝรั่งหลายคนมักจะเรียกว่า "Pain Point" หรือถ้าแปลง่ายๆ ก็คือ ปัญหา หรือ ความไม่สะดวกสบายที่เกิดขึ้นกับเราในสถานการณ์ต่างๆ ครับ ปัญหานั้นอาจจะเป็นปัญหาที่เราประสบด้วยตนเอง หรือ ปัญหาที่เราสังเกตพบจากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ร่วมงาน หรือ คนทั่วไปก็ได้ครับ
เมื่อเราประสบ พบเจอกับปัญหาแล้ว ความพยายามในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะเป็นตัวที่กระตุ้นให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมา มีตัวอย่างหลายๆ ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดอันเนื่องมาจากการเริ่มที่ตัวปัญหาก่อน
ตัวอย่างง่ายๆ คือ กุญแจและพวงกุญแจที่เราต้องพกติดตัวทุกวันนั้น ท่านผู้อ่านลองนึกถึงปัญหาที่เผชิญอยู่ซิครับว่ามีอะไรที่เป็นปัญหาหรือ Pain Point บ้างไหม? ถ้าคิดแบบง่ายๆ Pain Point ก็เริ่มจากที่ในหนึ่งพวงกุญแจเรามีลูกกุญแจอยู่มากมาย ทำให้ตุงกระเป๋า แถมถ้าเป็นผู้ชายเมื่อใส่พวงกุญแจไปในกระเป๋ากางเกงแล้วลูกกุญแจยังทิ่มแทงไปในเนื้อเราอีก และสุดท้ายพวงกุญแจที่มีลูกกุญแจอยู่เยอะแยะยังจะส่งเสียงดังเมื่อเราหยิบขึ้นมา (กรณีท่านผู้ชายจะแอบหนีไปเที่ยวตอนกลางคืน)
จากปัญหาหรือ Pain Point ของพวงกุญแจและลูกกุญแจ ถ้าเป็นท่านผู้อ่าน ท่านจะแก้ไขปัญหาหรือ Pain Point ดังกล่าวได้อย่างไรครับ? ก็มีนักคิด ผู้ประกอบการที่จับเจ้าปัญหาหรือ Pain Point ของกุญแจและพวงกุญแจดังกล่าวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็คือเจ้า SmartKey ซึ่งรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไรนั้นท่านผู้อ่านลองไปหาดูในเน็ตได้นะครับ เป็นสินค้าที่น่าใช้ตัวหนึ่งทีเดียวครับ
สำหรับแนวทางที่สองนั้นเมื่อเราเจอกับปัญหาหรือ Pain Point ที่ต้องจัดการแล้ว การที่จะคิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ก็จะต้องมองและหาทางในการแก้ไขปัญหาโดยมองปัญหาดังกล่าวจากมุมมองใหม่ๆ ที่แตกต่างจากผู้อื่น เนื่องจากถ้าเรามองปัญหาหรือ Pain Point ด้วยมุมมองเดิมๆ เหมือนผู้อื่น ก็จะทำให้ไม่สามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ออกมาได้
การจะมองปัญหาเดิมๆ ด้วยมุมมองใหม่ๆ ได้นั้นสามารถทำได้หลายแนวทางครับ ถ้าง่ายสุดคือการมองออกไปนอกอุตสาหกรรมหรือธุรกิจของตนเองครับ จะเจอผู้บริหารหลายท่านที่ชอบคิดว่าองค์กรของตนเองแตกต่าง ไม่สามารถที่จะเรียนรู้จากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่น ปกติผู้บริหารในองค์กรต่างๆ มักจะมองหรือวิเคราะห์แต่เฉพาะธุรกิจหรืออุตสาหกรรมของตนเอง แต่การมองออกไปนอกอุตสาหกรรมอื่น ทำให้เราได้รับแนวคิดและมุมมองที่แตกต่างจากสิ่งที่เราคุ้นเคย การเรียนรู้จากอุตสาหกรรมอื่น ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ เราจะพบเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างอุตสาหกรรมกันอยู่เสมอ (ตัวอย่างชัดเจนง่ายคือ เค้กปลาช่อนของจังหวัดสิงห์บุรี ที่ผสมผสานระหว่างเค้กกับปลาช่อน)
นอกเหนือจากเรียนรู้จากอุตสาหกรรมอื่นแล้ว อีกข้อแนะนำหนึ่งคือ เราจะได้ความรู้และไอเดียใหม่ๆ จากการเข้าไปอยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ หรือ การได้อ่านหนังสือหรือนิตยสารใหม่ๆ หรือ การได้ฟังความรู้ใหม่ๆ ผ่านการอบรม การได้เข้าอยู่ในสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ ดังกล่าว จะทำให้เรา ได้ประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ในการคิดครับ อย่าทำอะไรหรือทำในสิ่งที่ซ้ำซากจำเจ ครับ ต้องหาประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างมุมมองใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ก็หวังว่าท่านผู้อ่านคงพอได้แนวทางในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ นะครับ ดูแล้วจะเห็นว่าไม่ยากครับ เพียงแค่เริ่มจากปัญหา อย่าหนีปัญหา และพยายามแก้ไขปัญหาจากมุมมองใหม่ๆ ด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ ครับ









