วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสนอเพื่อให้ปฏิเสธ

เกือบไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากมาย ใครได้อ่าน “ข้อเรียกร้อง 7 ประเด็น” ของแกนนำบีอาร์เอ็น ฮัสซัน ตอยิบ

ล่าสุดที่ปรากฏในยูทูบเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็สรุปได้ไม่ยาก ว่าเป็น “การเสนอเพื่อให้ปฏิเสธ” เท่านั้น

เสียงกร้าวของผู้นำฝ่ายความมั่นคงของไทย ตั้งแต่รัฐมนตรีกลาโหมถึงผู้บัญชาการทหารบก ที่ยืนกรานว่า “รับไม่ได้เลย” ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

ความจริงผู้นำฝ่ายทหารไม่ต้องแสดงเสียงขุ่นเคืองต่อการเสนอ ที่ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ “ความเป็นไปได้” ของการพบกันครึ่งทาง ในการเจรจาที่มีความละเอียดอ่อนเช่นนี้ ก็สามารถจะสื่อถึงแนวทางของรัฐบาลกลางไทยได้

คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะวิพากษ์ข้อเสนอล่าสุด (ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการพูดคุยปกติ แต่ไปขึ้น social media เพื่อให้ชาวโลกได้รับทราบ) นั้น จะเป็นที่รับได้หรือไม่ของรัฐบาลกลาง หากแต่อยู่ที่ว่าทำไมแกนนำบีอาร์เอ็น ท่านนี้จึงเลือกที่จะใช้วิธีการนำเสนอความเห็นและข้อเรียกร้องขึงขังตึงตังเช่นนี้

แนวทางวิเคราะห์ทางแรก คือ เป้าหมายของการเสนอ “เก็บทุกเม็ด” อย่างนี้ ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลไทยยอมรับ หากแต่เป็นการกดดันให้รัฐบาลไทยบอกเลิกการเจรจาเพื่อเขาจะได้ "โยนความผิด" มายังฝ่ายรัฐ

อีกแนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ การที่แกนนำท่านนี้ออกข่าวเช่นนี้ไม่ได้เพื่อให้รัฐบาลกลางของไทยรับทราบ หากแต่เป็นการ "ส่งสาร" ไปถึง "หน่วยปฏิบัติการในภาคสนาม" ที่ยังไม่เห็นพ้องกับการเจรจา

เจตนาการนำเสนอเงื่อนไขสุดขั้วเช่นนี้ ก็เพื่อจะได้แสดงให้ฝ่ายที่ยังต้องการใช้ความรุนแรงเห็นว่าฝ่ายที่ไปเจรจา ไม่ได้ยอมอ่อนข้อต่อฝ่ายรัฐแต่ประการใด

อีกแนวทางวิเคราะห์ด้านหนึ่ง คือ ฮัสซัน ตอยิบ เป็นเพียง “ผู้รวบรวมเงื่อนไข” ของกลุ่มต่างๆ ในขบวนการเท่านั้น มิได้มีอำนาจในการกำหนดเนื้อหาและทิศทางของการเจรจาแต่ประการใด เนื้อหาในยูทูบ ล่าสุด จึงเป็นเพียงการนำเอาเรื่องราวที่กลุ่มต่างๆ มารวมอยู่ที่เดียวกันให้ประจักษ์ว่าตนได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานให้แล้ว

แต่การกระทำล่าสุดของ ฮัสซัน ตอยิบ ไม่ได้ช่วยสร้าง “ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน” กับฝ่ายรัฐบาลกลางของไทย ตรงกันข้ามกลับสร้างความสับสน และคลางแคลงใจมากขึ้น หรือนั่นอาจจะเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการโซเชียลมีเดียครั้งล่าสุด?

เพราะว่าผลการประชุมครั้งหลังสุดที่กัวลาลัมเปอร์นั้น ฝ่ายรัฐบาลเสนอให้ลดความรุนแรงในช่วงเทศกาลถือศีลอด ฝ่าย บีอาร์เอ็น รับปากจะไปลงรายละเอียดว่าหากจะให้เป็นไปเช่นนั้น จะต้องมีการเสนอสนองทั้งสองฝ่ายอย่างไรบ้าง โดยจะส่งผ่านคนกลางคือมาเลเซีย

แต่ยังไม่ทันที่จะมีการติดต่อผลของการเจรจารอบที่สาม ก็มีข้อเสนอ 7 ข้อ ทางยูทูบที่ประกาศโดยคนเดียวกับที่ตกลงเรื่องลดความรุนแรงบนโต๊ะเจรจานั่นเอง

ผมฟัง พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่เป็นหัวหน้าทีมการพูดคุยของรัฐบาลทางวิทยุเมื่อเช้าวันพุธแล้ว ก็สรุปได้ว่าท่านก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน

ท่านบอกว่า กำลังรอทางมาเลเซีย ส่งคำชี้แจงจาก ฮัสซัน ตอยิบ ในประเด็นที่ยกมาแลกเปลี่ยนกันในการประชุมครั้งล่าสุด แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเงื่อนไขใหม่ 7 ข้อทางยูทูบนั้น เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องลดเหตุรุนแรงในช่วงเทศกาลถือศีลอด

5 ข้อเดิม ก็ยังไม่กระจ่าง ก็มีการยื่น 7 ข้อใหม่แล้ว

“ผมต้องดูอีกว่าข้อความที่เขาจะเสนอมาผ่านมาเลเซีย จะเหมือนข้อความในยูทูบหรือไม่” คุณภราดร บอก
ซึ่งก็ไม่แน่ว่าข้อความที่มาเลเซียรับฝากจาก ฮัสซัน ตอยิบ นั้น จะเป็นเรื่อง 5 ข้อเดิม หรือ 7 ข้อใหม่กันแน่

จึงสมควรที่ฝ่ายรัฐบาลไทย จะต้องประเมิน “กระบวนการสันติภาพ” ใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าการพูดคุยจะเดินหน้าไปตามจังหวะ และทิศทางที่ต้องตกลงกันเป็นพื้นฐานเสียก่อนว่าขั้นตอนจากนี้ไป จะเป็นอย่างไร

การพูดคุยและเจรจาควรจะเดินหน้า แต่ต้องถอยมาสักก้าวสองก้าวเพื่อตั้งหลักกันให้แน่ๆ ทั้งสองฝ่ายว่าจะเอาอย่างไรกันแน่