วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความไม่เสมอภาคในการขอวีซ่า

โดยปกติแล้วการเดินทางเข้าออกประเทศต่างๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วจะต้องมีการตรวจลงตราหนังสือเดินทางซึ่งเรียกง่ายๆ ว่าการขอวีซ่านั่นเอง

ซึ่งไม่รวมผู้ที่เดินทางผ่านแดนชั่วคราวและผู้ที่เข้าออกประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ผู้ลักลอบเข้าเมือง เป็นต้น

การขอวีซ่านั้นมีทั้งขอไปจากประเทศต้นสังกัดที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่หรือไปขอเมื่อเดินทางไปถึงซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Visa on arrival นั่นเอง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงหรือการเสนอให้แต่ฝ่ายเดียวของประเทศปลายทางด้วยเหตุผลหลายอย่าง อาทิเช่น อยากได้เงินเขาจากการท่องเที่ยว หรือ ด้วยภาระจำยอมที่ถูกบังคับกลายๆ ด้วยเหตุที่เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาเขาหรืออยู่ภายใต้อารักขาของเขา ฯลฯ

ในเรื่องของการขอวีซ่านั้นสำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางการทูต หนังสือเดินทางราชการหรือผู้ที่มีเงินฝากอยู่ในบัญชีออมทรัพย์เป็นถังๆ คงไม่ค่อยมีประสบการณ์อันยุ่งยากในการขอวีซ่าเท่าไหร่นัก เพราะหนังสือเดินทางบางประเภทเช่นหนังสือเดินทางการทูตหรือหนังสือเดินทางราชการมักจะได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ในหลายๆ ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าจากต้นทาง และผู้ที่มีเงินเป็นถังๆ ในบัญชีออมทรัพย์เลขแปดหลักเก้าหลักก็มักจะผ่านฉลุย แต่ประชาชนคนไทยโดยทั่วไปแล้วการขอวีซ่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากค่อนข้างมาก เพราะนอกจากจะต้องหาหลักทรัพย์หรือหลักฐานต่างๆ ไปยืนยันต่อสถานทูตแล้วยังต้องไปเผชิญกับการดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าหน้าที่สถานทูตนั้นๆ อีก ประหนึ่งว่าการไปขอวีซ่าประเทศนั้นจะขอไปตายในประเทศนั้นเสียนี่กระไร

การดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าหน้าที่สถานทูตที่เป็นคนต่างด้าวนั้นก็แย่พอแล้ว แต่การดูถูกจากคนไทยกันนั้นแย่เสียยิ่งกว่าเพราะเป็นสิ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่คนไทยด้วยกันเสียยิ่งนัก แล้วที่สำคัญก็คือระยะเวลาของวีซ่าที่ได้ (หากได้รับความเมตตาปรานี) ก็ช่างสั้นเสียกระไร

แต่เมื่อหันกลับไปดูกรณีของคนต่างชาติที่ได้รับปฏิบัติหรือสิทธิพิเศษจากไทยเราจะเห็นได้ว่ามีจำนวนมากกว่าสิทธิพิเศษที่เราได้รับมากมายนัก ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไหนว่าแต่ละประเทศที่เป็นเอกราชมีอธิปไตยเหมือนกันแต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เสียแล้ว ผู้คนจากประเทศต่าง เช่น ออสเตรเลีย / ออสเตรีย / บราซิล / บาห์เรน /บรูไน / แคนาดา / เดนมาร์ก / ฟินแลนด์ / อินโดนีเซีย / ไอร์แลนด์ / อิสราเอล / อิตาลี /คูเวต / ลักเซมเบิร์ก / เกาหลี / มาเลเซีย / โมนาโก / เนเธอร์แลนด์ / นอร์เวย์ / โอมาน /เปรู / ฟิลิปปินส์ / โปรตุเกส / การ์ตา / สิงคโปร์ / สเปน / แอฟริกาใต้ / สวีเดน / สวิส / ตุรกี / สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ / สหราชอาณาจักร์บริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ / สหรัฐอเมริกา / เวียดนาม / เช็ก / ฮังการี / ญี่ปุ่น / ลิกเตนสไตน์ / โปแลนด์ / สโลวัก / สโลเวเนีย ฯลฯ นั้นได้รับสิทธิพิเศษที่สามารถขอวีซ่าเมื่อมาถึงประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขอจากต้นทาง และบางส่วนก็กลายมาเป็นพวกซำเหมาหรือไม่ก็เป็นมาเฟียตามเมืองท่องเที่ยวทั้งหลายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองและสุจริตชนคนไทยทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางไปโดยไม่ต้องขอวีซ่าจากต้นทางคือประเทศไทยเรามีเพียง อาร์เจนตินา / บราซิล / ชิลี / เกาหลีใต้ / เปรู / เอกวาดอร์ / ฮ่องกง / อินโดนีเซีย / ลาว / มาเก๊า / มองโกเลีย / มาเลเซีย / มัลดีฟส์ / รัสเซีย / สิงคโปร์ / แอฟริกาใต้ / เวียดนาม / เซเซลส์ / ตุรกี (ตั้งแต่ปี 2555) / ฟิลิปปินส์ / บาห์เรน / บรูไน / กัมพูชา ฯลฯ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นประเทศในอาเซียนด้วยกันเองอยู่แล้ว

แต่เมื่อหันไปดูประเทศต่างๆ เหล่านี้เมื่อพี่ไทยเราจะเดินทางไปบ้างกว่าจะได้วีซ่านั้นแสนสาหัส ที่ขึ้นชื่อในความยากก็ คือ

สหรัฐอเมริกา - ยากไม่ยากก็ขนาด โน๊ต-อุดม เอาไปทำเป็นทอล์คโชว์ล้อเลียนขายดิบขายดีจนผลิตแทบไม่ทัน

สเปน - จะยุ่งยากมากหากไปเหยียบแผ่นดินสเปนเป็นประเทศแรก แต่หากเป็นวีซ่าเชงเกนลงประเทศอื่นก่อนเข้าสเปนก็แล้วไป แต่หากไปเริ่มขอที่สถานทูตสเปนนั้นบอกได้อย่างเดียวว่ายากเย็นแสนเข็ญ และกว่าจะได้ก็ก่อนเครื่องบินออกแทบจะทุกที ที่เจ็บปวดก็คือให้มาแล้วบางทียังผิดๆ ถูกๆ ไม่ครอบคลุมระยะเวลาเดินทางตามตั๋วเครื่องบินที่ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตสเปนขอไปดูแล้วดูอีกเสียอีก ทำให้เดือดร้อนกันไปทั่วเพราะเหตุแห่งความไม่รอบคอบของเจ้าหน้าที่ หากสถานทูตสเปนต้องการข้อมูลผมก็ยินดีให้ เพราะผมประสบด้วยตนเองมาสดๆ ร้อนๆ แต่โชคดีที่ได้เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในลิสบอน โปรตุเกส ที่ผมและคณะรวม 10 คนต้องเดินทางไปประชุมต่อได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งผมและคณะขอขอบคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้

ญี่ปุ่น - ดีหน่อยที่ประกาศออกมาแล้วว่าจะให้วีซ่าท่องเที่ยวแก่คนไทยเมื่อไปถึงได้แล้ว แต่เดิมนั้นต้องไปเข้าคิวกันตีสามตีสี่ เข้าใจว่าคงเป็นด้วยต้องการเงินจากพี่ไทยเราให้ไปช้อปปิ้งแข่งกับเกาหลีที่คนไทยไปช้อปกันกระจายมาแล้ว ฯลฯ

เรื่องดังกล่าวข้างต้นนี้ถูกปล่อยปละละเลยมานานเพราะผู้ที่มีอำนาจในการแก้ไขไม่ได้รับความเดือดร้อนเช่นที่ว่านี้ เพราะเป็นผู้ได้รับความสะดวกสบายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการออกกฎออกระเบียบต่างๆ ที่จะใช้บังคับแก่ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทยหรือผู้ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายซึ่งเป็นข้าราชการที่ได้รับสิทธิพิเศษจนไม่ได้รู้ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องร่วมชาติทั้งหลาย

จริงอยู่เราคงไม่สามารถไปบังคับให้ต่างประเทศเขาผ่อนคลายหรือยกเว้นกฎระเบียบที่จะใช้กับคนไทยเราเพราะเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละประเทศเขา แต่ที่เราจะทำได้ก็คือเราต้องให้ประชาชนคนไทยได้มีความรู้สึกถึงความเท่าเทียมและมีเกียรติมีศักดิ์ศรีกับนานาอารยประเทศทั้งหลาย

ฉะนั้น ผมจึงเรียกร้องและผมเชื่อว่าหลายๆ คนที่ประสบกับความขมขื่นในการปฏิบัติดังกล่าวนี้คงเห็นด้วยกันกับผมว่า เมื่อประเทศอื่นปฏิบัติกับคนไทยเราเช่นใดเราก็ควรที่จะปฏิบัติต่อคนชาตินั้นเช่นเดียวกับเรา ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะหดหาย เพียงแต่เราจัดระบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการขอวีซ่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยให้ดีเขาก็จะมาเอง อาจจะลำบากขึ้นบ้าง ก็ประเทศของเอ็งปฏิบัติกับคนไทยเราไม่ดีเองก่อนนี่หว่า

ผมไม่ใช่คนที่คลั่งชาติหรือชาตินิยมจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น แต่อยากเห็นการปฏิบัติที่ทัดเทียมกันเท่านั้นเอง พรรคการเมืองไหนมีนโยบายเช่นนี้ช่วยบอกมาที ผมจะเลือกพรรคการเมืองนั้นครับ