วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เหลียวหลังแลหน้าตลาดไอที (1)

ผมเพิ่งกลับจากการเปิดรับกระแสความเปลี่ยนแปลงในโลกเทคโนโลยีครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นไม่ไกลเรานักภายในงานคอมพิวเทค ไทเป 2013 ที่ไต้หวัน

ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะสัมผัสได้ที่งานคอมมาร์ต เน็กซ์เจน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 20-24 มิ.ย.นี้

ถึงจะตื่นตาตื่นใจไปกับเทคโนโลยีล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว แต่ผมก็ยังรู้สึกกังวลกับอุตสาหกรรมไอทีที่ปรับตัวลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่แวดวงไอทีน่าจะพร้อมปรับตัวสูงมากเพราะถือเป็นอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงสูงมาโดยตลอด

มองอีกแง่มุมหนึ่งถือเป็นเสน่ห์ของอุตสาหกรรมนี้ ที่บังคับให้เราต้องเรียนรู้เพื่อรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และเติบโตไปพร้อมกับกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะการทำธุรกิจตามกระแสเหมือนในอุตสาหกรรมอื่นมักใช้ไม่ได้ผลกับสินค้าไอที คนที่อยู่รอดและเติบโตได้จึงต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนเท่านั้น

ที่สำคัญการจะอยู่ในธุรกิจไอทีได้อย่างมั่นคงจะอาศัยเพียงข้อมูลตลาดไอทีแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องมองภาพกว้างและรู้ภาวะเศรษฐกิจระดับโลกเป็นอย่างไร จะมีอะไรที่เข้ามาส่งผลกระทบกับองค์กรของได้บ้าง โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกดูจะเคลื่อนย้ายมาสู่ “จีน” มากขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะเห็นความร้อนแรงของจีนแต่ก็ต้องยอมรับว่าสหรัฐอเมริกาก็ดิ้นรนอย่างเต็มที่ด้วยมาตรการทางการเงิน หรือคิวอีที่ทยอยอัดฉีดเงินเข้าระบบมาแล้วหลายระลอกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ปัญหาอยู่ที่เงินมหาศาลเหล่านั้นจะไหลไปที่ไหน ไหลไปที่ใคร

เพราะกระแสการเงินปริมาณสูงขนาดนี้หากเทียบเป็นน้ำก็เหมือนน้ำท่วมฉับพลันที่ไหลไปทั่วโลก และแน่นอนว่าธรรมชาติของน้ำที่ไหลไปยังที่ต่ำเสมอไม่ต่างอะไรกับกระแสเงินที่ไหลไปยังประเทศที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงสุดเช่นกัน

เงินดังกล่าวจึงมีแนวโน้มที่จะไหลมาที่เอเชียมากที่สุด เพราะแนวโน้มจากทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐ กับยุโรปก็ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีนัก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอียูที่เคยดูแข็งแกร่งแต่เอาเข้าจริงๆ แล้วมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสูงมาก

หลายประเทศในยุโรปที่ไม่แข็งแรงเพียงพอ จึงทยอยมีปัญหาปูดขึ้นตลอด เช่นสเปนที่ประสบปัญหาว่างงานสูงมากกว่า 30% ตรงกันข้ามกับแถบเอเชียเช่นบ้านเราที่อัตราการว่างงานต่ำกว่า 1% จนแรงงานไม่พอต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวเป็นหลักในหลายๆ อุตสาหกรรม

บทบาทของเอเชียจึงแจ่มชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจีนที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่องมาโดยตลอด หลายๆ เมืองทั่วโลกล้วนต้องเจอกับ “กำลังซื้อ” ก้อนใหญ่จากชาวจีน แถมยังเป็นลูกค้าที่กล้าซื้อด้วยเงินสด

ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ ไปทันทีเมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไอที ยิ่งดูจากดัชนีสำคัญจากไอดีซียิ่งทำให้น่าวิตกเพราะอัตราการเติบโตของตลาดไอทีไตรมาสแรกของปีนี้ติดลบถึง 14% ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

การปรับตัวลดลงของยอดขายนี้ส่งผลถึงผู้ผลิตเกือบทุกเจ้าโดยเฉพาะรายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งทางตลาดสูงๆ เช่น เอเซอร์ปรับลดลงถึง 30% ตามด้วยเอชพี 23.7% ฯลฯ ที่สวนกระแสก็เช่นเลอโนโวที่ได้อานิสงส์จากตลาดจีนเป็นหลักจนปิดยอดขายได้เสมอตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว