วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลดดอกเบี้ย เกมส์นี้ ใครจะเป็นผู้กล้า

ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้วที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไป 0.25% ลงมาอยู่ที่ระดับ 2.50%

จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีธนาคารพาณิชย์รายใดยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ลงแม้แต่รายเดียว มีการปรับเพียงไส้ในของเงินฝากเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เช่นปรับดอกเบี้ยในแต่ละวงเงินฝาก หรือสำหรับผู้ฝากที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นการบริหารสภาพคล่องภายในของแต่ละธนาคาร มิได้เป็นนัยว่าจะลดดอกเบี้ยลงตามธปท.แต่อย่างใด

คำเดียวที่นายแบงก์ตอบได้ในขณะนี้คือ “Wait and see” ความหมายก็คือ ขอศึกษาปัจจัยแวดล้อมและรอดูคู่แข่ง หรือแปลง่ายกว่านั้นอีกคือรอดูแบงก์อื่นลดก่อน

เพราะการลดดอกเบี้ยครั้งนี้อยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้ดี แม้ธปท.จะระบุถึงเหตุผลในการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ขยายตัวต่ำกว่าคาด แต่เมื่อมองในแง่ของสินเชื่อแล้วยังมีความร้อนแรงและเติบโตได้ดีอยู่มาก หรือขยายตัวกว่า 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งที่ช่วงไตรมาสแรกไม่ใช่ฤดูกาลของการขยายสินเชื่อ เมื่อมองในระยะต่อไปแล้วการขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีโอกาสจะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะโครงการภาครัฐที่จะต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาล

ดังนั้นการรักษาสภาพคล่องเอาไว้จึงเป็นโจทย์ของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง แม้ว่าในไตรมาสแรกเงินฝากของธนาคารพาณิชย์จะขยายตัวได้ดีไม่แพ้กัน สะท้อนว่าประเด็นด้านสภาพคล่องยังไม่มีน้ำหนักมากนัก แต่การลดอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้เงินฝากไหลออกไปอยู่กับคู่แข่งได้ ซึ่งในขาเงินฝากนี้คู่แข่งมิได้มีเพียงธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเท่านั้น ธนาคารเฉพาะกิจยังมีบทบาทอย่างรุนแรงในตลาดเงินฝากอีกด้วย การตัดสินใจใด ๆ ในนาทีนี้อาจเพี้ยงพล้ำได้

ความหวังที่เป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้นำในเกมส์นี้คือแบงก์ใหญ่อย่างธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงไทย เพราะนอกจากจะเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแล้ว ธนาคารกรุงเทพยังมีสภาพคล่องสูงที่สุดของระบบ ด้วยฐานเงินฝากที่กว้างขวางแล้วการขยายสินเชื่อยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าแบงก์ใหญ่แห่งอื่น แม้ก่อนหน้านี้จะส่งสัญญาณว่าขอเวลาพิจารณาเรื่องดอกเบี้ย 1-2 วัน หลังธปท.ปรับลดดอกเบี้ย แต่ล่าสุดได้ระบุว่าขอใช้เวลาดูความผันผวนจากสถานการณ์โลกที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและการแข่งขันภายในระบบธนาคารด้วย ขณะที่ธนาคารกรุงไทยต้องเตรียมความพร้อมในการเป็นแขนขาภาครัฐในการระดมทุนโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเอ็มดีใหม่แห่งแบงก์วายุภักษ์ระบุว่าในขณะนี้ยังไม่ได้รับใบสั่งจากทางการให้ปรับลดดอกเบี้ยแต่อย่างใด

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ต้นทุนดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ลดลงไปแล้ว จากการลดดอกเบี้ยอ้างอิงของธปท. การกู้ยืมในตลาดเงินมีต้นทุนลดลงไป 0.25% ยังไงเสียก็ต้องลดดอกเบี้ยตามลงมาอยู่ดีก่อนจะถูกสังคมประณาม แต่นาทีสำคัญในขณะนี้ อยู่ที่… ใคร??? คือผู้กล้า