สมัยนี้ไปไหนมาไหนมักจะเห็นคนถือหรืออ่าน "แทบลอยด์" ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์เล่มขนาดเหมาะมือ
หรือมีขนาดเล็กกว่าหนังสือพิมพ์ทั่วไปเกือบเท่าตัวกันมากขึ้น ไม่ว่าจะตามรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ แบรนด์เนม รวมไปถึงร้านอาหารแบบสแตนด์อโลน ที่อยู่ตามตรอกซอกซอยต่างๆ แทบจะพูดได้ว่า คุณจะได้เห็นหนังสือประเภทนี้เต็มไปหมดตามร้านแบรนด์ดังๆ ในทุกมุมของกรุงเทพฯ เน้นว่าในเขตกรุงเทพฯ เพราะแจกอยู่ในเมืองหลวงเท่านั้น
เหตุผลที่แทบลอยด์ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 1-2ปีมานี้ ส่วนหนึ่งมาจากความเร่งรีบของคนเองนั่นแหละ ที่ไม่มีเวลามาอ่านหนังสือพิมพ์เป็นเล่มๆ แล้วมีเนื้อหาที่หลากหลายเหมือนเมื่อก่อน อยากจะหาอ่านเฉพาะหัวข้อข่าวที่น่าสนใจหรือสรุปข่าวสั้นๆ เอาแต่เนื้อๆ ก็พอ
จึงหันมาอ่านเฉพาะเนื้อหาที่ตนเองสนใจ อย่างเช่น คนที่อ่านแทบลอยด์ภาคภาษาอังกฤษอย่าง Brunch หรือ Guru หรือ BK ก็เพราะอยากอ่านเรื่องเบาๆ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และมาเก็บข้อมูลว่าสุดสัปดาห์นี้จะไปกิน ดื่ม เที่ยวในสไตล์คนวัยทำงานสมัยใหม่ที่ไหนดี
หรือสาวๆ ที่อ่าน Don’t ก็เพราะชอบตามติดเทรนด์การแต่งหน้าหรือแต่งตัวตามสไตล์สาวทันสมัย แล้วยังมี ADay Bulletin ที่เจาะเนื้อหาสำหรับกลุ่มเด็กแนวๆ แต่ถ้าเน้นหาอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยวแบบเทรนด์ๆ ก็ต้องอ่าน Eating Out หรือ 247
สิ่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ แทบลอยด์ มาแรงอย่างมากก็เพราะกลยุทธ์การแจกฟรี หรือวางให้คนหยิบติดมือไปได้แบบฟรีๆ ซึ่งกลยุทธ์การแจกฟรี! เป็นตัวกระตุ้นให้แทบลอยด์เติบโตแบบก้าวกระโดด
แต่การแจกฟรีนี่มีนัยสำคัญก็คือ เมื่อคุณได้หนังสือพิมพ์ฟรีไปแล้ว ก็ต้องแลกมาด้วยการดูโฆษณากันซักหน่อย ซึ่งปัจจุบันพื้นที่บนแทบลอยด์ ถูกจับจองจากบรรดาเอเยนซี่ และบรรดาผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ไม่ต่างจากหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ๆ เพราะข้อดีของแทบลอยด์ก็คือ แต่ละฉบับต่างก็มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งกว่านิตยสาร และหนังสือพิมพ์ แถมทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้ออยู่พอสมควร แต่ข้อจำกัดเดียวที่มีคือ กระจายอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น
ราคาค่าโฆษณาของแทบลอยด์ในขณะนี้แทบทุกฉบับ "ถูกปรับราคาขึ้น" ตามความนิยม
บางฉบับต้องทุ่มเงินเป็นหลักล้านเพื่อหุ้มปกกันเลยทีเดียว แล้วสมัยนี้การออกแบบปกก็ไม่ใช่ธรรมดาแบบเดิมๆ แต่มีการออกแบบให้โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นพับแบบตลบปกหน้าปกหลัง ทำปกให้กลายเป็นช่อดอกไม้ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวชิ้นงานโฆษณามากยิ่งขึ้น
ด้วยราคาที่สูงขึ้นของชิ้นงานโฆษณาทำให้ แทบลอยด์ เป็นตัวกระตุ้นให้อุตสาหกรรมโฆษณาในกลุ่มหนังสือพิมพ์กลับมากระเตื้องขึ้นด้วย โดยจากข้อมูลของเอซีนีลเส็นในปี 2010 โฆษณาสื่อหนังสือพิมพ์มีมูลค่า 19,970 ล้านบาท พอมาปี 2011 รายได้เริ่มตกลงเป็น 19,367 ล้านบาท และกลับมากระเตื้องอีกครั้งในปี 2012 ด้วยงบ 20,047 ล้านบาท
แทบลอยด์ จึงเปรียบเสมือนพระเอกขี่ม้าขาวที่เข้ามาชุบชีวิตชีวาให้อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์อีกครั้ง แต่ที่เป็นห่วงก็คือ เนื้อที่โฆษณาเริ่มเข้ามาเบียดบังเนื้อหาของข่าว จนกระทั่งผู้บริโภคเริ่มรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดให้อ่านโฆษณา จนบางคนก็เริ่มปฏิเสธที่จะรับข่าวสารจากแทบลอยด์กันบ้างแล้ว
จึงควรปรับตัวก่อนยังไม่สาย ดีกว่าตกม้าตายแบบไม่ทันตั้งตัว






