วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Plan B อยู่ไหน?

เหตุการณ์ไฟดับ 14 จังหวัดภาคใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่ว่าคำอธิบายทางเทคนิคหรือสาเหตุจากธรรมชาติ

จะมีเหตุผลอย่างไร, ก็หนีไม่พ้นข้อสรุปว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะ “ล่อแหลม” ในหลาย ๆ ด้าน
เหตุผลเพราะขาด Plan B

และการขาด “แผนสำรอง” หรือ “แผนฉุกเฉิน” ที่ว่านี้ไม่จำกัดเฉพาะในปัญหาเรื่องพลังงานเท่านั้น หากแต่ยังเป็นจุดอ่อนอันสำคัญยิ่งของประเทศในทุก ๆ ด้าน

รวมถึงการไม่มี Plan B สำหรับการเมืองและความมั่นคงของประเทศชาติด้วย
คำอธิบายทางการของกระทรวงพลังงานว่าด้วยกรณี “ไฟดับทั้งภาคใต้” นั้นคือ “ฟ้าผ่า”

รัฐมนตรีพลังงาน พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล บอกว่า สายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางถูกฟ้าผ่า ทำให้ไม่สามารถส่งไฟฟ้าไปให้ภาคใต้ได้ จึงทำให้ภาคใต้ต้องพึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าจากที่อื่นมาสนับสนุน

แต่เพราะโรงไฟฟ้าในภาคใต้ผลิตได้เพียง 1,600 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้สูงถึง 2,200 เมกะวัตต์ ระบบโรงไฟฟ้าจึงถูกปลดจากระบบโดยอัตโนมัติ

แน่นอนว่าการที่ภาคใต้ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองเพียงพอไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ จึงไม่ควรจะเป็นเหตุผลประการหลักของการอธิบายว่าวิกฤตนี้เกิดเพราะประเด็นนี้

กระทรวงพลังงาน บอกว่า การแก้ไขก็คือการสั่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ขยายสายส่งไฟฟ้าให้ใหญ่ขึ้น จากขนาด 115-230 เควีเป็นขนาด 500 เควี อีกทั้งยังให้พัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอื่นทั้งในกรุงเทพฯ และภาคอีสาน ที่สายส่งไฟฟ้ามีขนาดเล็ก

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือคำอธิบายว่าอีกสาเหตุหนึ่งของวิกฤติค่ำวันนั้นเป็นเรื่องของ “ระบบการสั่งงานภายใน”

นั่นคือปัจจุบันเป็นระบบอัตโนมัติจึงทำให้เกิดปัญหาทั้ง 14 จังหวัดพร้อมกัน
หากเป็นระบบ “คนสั่ง” จะไม่เกิดไฟฟ้าดับทั้งภาคพร้อมกัน

จึงให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (regulators) กำหนดเสียใหม่ ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

ผู้ว่า กฟผ.สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ บอกด้วยว่า นอกจากภาคใต้แล้ว ภาคอีสาน ก็มีความเสี่ยงไม่น้อยเพราะสายส่งไฟฟ้าแยกหลายสาย มีขนาดเล็ก แม้จะอยู่ใกล้ สปป. ลาวที่เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็ตาม

ผมสรุปจากคำอธิบายทางการหลาย ๆ แหล่งว่าแม้สาเหตุของปัญหาจะเป็นเรื่องเทคนิคและจำนวนโรงไฟฟ้า แต่ที่เป็นต้นตอของเหตุใหญ่จริง ๆ ก็คือ “คน” และ “ระบบการสั่งงาน”

ที่แปลกก็คือว่าหากเรามีระบบ “อัตโนมัติ” ที่สามารถทำให้ไฟดับได้ครั้งเดียว 14 จังหวัดพร้อม ๆ กัน ระบบทันสมัยเช่นนั้นน่าจะต้องทำให้ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้พร้อมกัน 14 จังหวัดในเวลาที่กำหนดไว้เช่นกัน แต่เหตุการณ์วันนั้นเป็นวิกฤติที่เกิดเป็นหย่อม ๆ และไม่มีการประสานรับรู้ระหว่างจุดต่อจุดให้สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบได้

สาเหตุก็เพราะ “มนุษย์” ที่เป็นผู้กำหนด “ระบบการทำงาน” และเทคโนโลยีที่จะใช้ในการทำงาน, ป้องกันปัญหา และแก้ปัญหาเมื่อวิกฤตได้เกิดแล้วนั่นเอง

นั่นก็หมายถึงการที่เรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ไม่มี Plan B หรือแผนสำรองฉุกเฉินในทุกกรณีที่มีผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่และความมั่นคงพลเรือน และทางทหาร

โชคดีที่ไม่มีเหตุร้ายอย่างอื่นมาสมทบซึ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่านี้หลายเท่านัก เพราะหากแค่ฟ้าผ่ายังสร้างความเสียหายได้เพียงนี้ ผมไม่กล้าวาดภาพว่าหากผู้จงใจก่อเหตุร้ายล่วงรู้ถึง “จุดล่อแหลม” ของระบบควบคุมพลังงานของประเทศได้, ความน่าหวาดหวั่นจะสูงกว่านี้เพียงใด

ไม่มี Plan A ใดจะสำเร็จได้หากปราศจาก Plan B ที่เสริมด้วย Plan C