คณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต ) ต่อ 1 นักเรียน ที่มี "พงศ์เทพ เทพกาญจนา"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ได้ประชุมและมีมติอนุมัติทีโออาร์ (TOR) สำหรับการประกวดราคาจัดซื้อจัดซื้อเครื่องแทบเล็ตเรียบร้อยแล้ว วางกรอบไว้ว่าปีการศึกษา 2556 รัฐจะจัดซื้อเครื่องแทบเล็ตแจกประถมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 รวม 1.6 ล้านเครื่อง มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นตัวแทนในการประมูล
ดูรุปทรงของโครงการแล้วเหมือนจะดี เพราะเหมือนจะช่วยยกระดับการศึกษาไทย (หรือเปล่า?) ยิ่งรอบนี้ขยายโอกาสให้เด็ก ม.1 ด้วยจำนวนแทบเล็ตที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีก่อน แต่เมื่อย้อนดูในรายละเอียดเชิงลึกของโครงการที่ใช้งบประมาณระดับหลายพันล้านบาทต่อปี "ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าของโครงการ" ยังไม่มีใครเคลียร์คำถามนี้ได้ชัดเจน ไม่มีดัชนีชี้วัดใดๆ บ่งบอกว่า "แทบเล็ต" ที่แจกไปนั้น ช่วยยกระดับความรู้ของเด็กได้แค่ไหน "คุณภาพของแทบเล็ต" ที่เป็นตัวช่วยสำหรับการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของโครงการนี้หรือไม่
ยังไม่นับถึงการ "หมกเม็ด" ไม่โปร่งใส" ในการจัดซื้อครั้งล่าสุดนี้ ที่ดูเหมือนจะส่งเสียงดังชัดเจนกว่าเรื่องอื่นใด ยิ่งผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมแล้ว มองว่าการปรับแก้ทีโออาร์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อ เพราะได้ตัดคุณสมบัติสำคัญบางประการออก โดยเฉพาะมาตรฐานของตัวเครื่องที่ไม่ต้องมีไลเซ่นกูเกิล สำหรับติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ต้องกำหนดให้มีศูนย์บริการที่มีมาตรฐานไอเอสโอ ...นับว่าแปลกประหลาดมาก
เพราะถ้ามีไลเซ่นกูเกิล หมายความว่า เครื่องจะมีคุณสมบัติพอเพียง ที่ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่เกือบ 1 ล้านตัวจากทั่วโลกได้อย่างเต็มที่ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แต่ถ้าไม่มีมาตรฐานที่ว่านั้น ก็อาจทำให้ใช้แอพด้านการศึกษาที่น่าสนใจหลายๆ ตัวไม่ได้ เช่นเดียวกับศูนย์บริการที่ควรจะมีมาตรฐานไอเอสโอรองรับเพื่อให้มั่นใจว่ามีกระบวนการทำงานและการติดตามผลบริการได้อย่างมีมาตรฐาน รวมถึงความพยายามในการตัดคุณสมบัติ เพื่อตัดโอกาสให้ผู้ผลิตในประเทศ แต่กลับไปเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใด บริษัทหนึ่ง นำสินค้าด้อยคุณภาพและไม่มีระบบบริการหลังการขายที่มีมาตรฐานมาขายสินค้าให้รัฐบาลไทย
คุณสมบัติเบื้องต้นของแทบเล็ตล็อตนี้ หากไม่นับเรื่องไลเซ่นกูเกิลแล้ว สเปคทุกอย่างน่าจะยังคงเดิม ราคาเครื่องสำหรับแทบเล็ตแจกเด็ก ป.1 ที่ 2,720 บาท และ ม.1 ที่ 2,920 บาท งบประมาณรวม 4,800 ล้านบาท
ผลสรุปของโครงการนี้ ยังคงดูชุลมุน ฝุ่นตลบ ไร้ทิศทาง ไร้การตรวจสอบ แทบเล็ตล็อตแรกที่แจกให้เด็กนักเรียนไปก่อนหน้านี้ แม้จะมีรายงานว่ามีปัญหาแค่ 4,000 เครื่อง แต่ก็ไม่มีแหล่งข้อมูลยืนยันว่าเสียหายแค่ตามจำนวนนี้จริงหรือไม่ เพราะขอเรียกดูข้อมูล รายละเอียดจากใครก็ไม่ได้ เก็บข้อมูลกันจริงจังหรือไม่ อย่างไร เก็บแล้วรายงานใคร หรือหงุบหงิบซื้อไปตามสั่ง ตามนโยบาย ล้างผลาญเงินภาษีกันคราวละหลายพันล้านบาท
แม้แนวคิด จุดเริ่มต้นของโครงการจะสวยหรูดูดี น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่เยาวชน แต่ทำงานใหญ่ระดับชาติเช่นนี้ ควรมีมาตรการตรวจสอบ ประเมินผลดีผลเสียเพื่อปรับปรุงในโอกาสต่อๆ ไป ฉากหน้าที่สวยหรู เบื้องหลังก็ควรงดงาม สร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นจริง โลกทุกวันนี้การเรียนรู้เทคโนโลยีตั้งแต่เล็กเป็นของจำเป็นเพื่อการแข่งขันกับโลกภายนอก แต่ไส้ในก็ควรโปร่งใส ใช้ได้จริง มีบ้างไหมที่ผู้อำนาจทุกระดับจะ "ฮั้ว" เพื่อชาติ เพื่อเยาวชน ทำอะไรอย่าค้านสายตาผู้ชม






