วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นเก็งกำไรถูกดอง บทเรียนที่รายย่อยจดจำ

ตลาดหุ้นไทยที่เริ่มไต่ระดับกลับมายืนที่เดิมใกล้ 1600 จุด หลังจากที่พักฐานชุดใหญ่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมา

ซึ่งเหตุผลหลักคงจะมาจากสภาพคล่องภาพในประเทศที่ยังล้นระบบอยู่ และการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งผลการดำเนินงานที่ออกมาก็โดดเด่นเป็นแรงส่งสำคัญ ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี แถมช่วงนี้เป็นฤดูกาลจ่ายปันผล นักลงทุนที่มีเงินเย็น ก็พร้อมที่จะลงทุน เพราะผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากธนาคาร และที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อตลาดหุ้นไทยก็คือ แม้จะเป็นฤดูกาลขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อรับสิทธิปันผล แต่ดูเหมือนว่าราคาหุ้นที่ถูกขึ้นเครื่องหมายจะพลิกกลับมาค่อนข้างเร็ว ซึ่งนักวิเคราะห์หลายค่ายบอกว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมานั้น ทำให้ต้องปรับมูลค่าหุ้นพื้นฐานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นฐานที่แท้จริง ทำให้ราคาหุ้นที่มีพื้นฐานรองรับ ขยับขึ้นกันถ้วนหน้า

สวนทางกลับหุ้นเก็งกำไร ไร้พื้นฐาน ดูเหมือนว่าจะย่ำอยู่กับที่สวนทางกับดัชนีหุ้น นักลงทุนที่นิยมเล่นหุ้นร้อนคงต้องรออีกนาน ไม่รู้ว่าเจ้ามือจะปลุกขึ้นมาเมื่อไหร่ เพราะอยู่ในจอเรดาร์ของตลาดหลักทรัพย์และก.ล.ต. ถือเป็นบทเรียนที่นักลงทุนรายย่อย กลุ่มที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน แต่อยากได้ผลตอบแทนสูงจะต้องจดจำไปอีกนาน ไม่ใช่แค่จิ้มตัวไหนก็มีกำไร เพราะตลาดหุ้นไทยมีได้มีเสียเหมือนกับเหรียญสองด้าน ส่วนรายย่อยกลุ่มที่มีความรู้ หมั่นเสริมเขี้ยวเล็บการลงทุน ก็กลับมาหน้าชื่นตาบานได้เหมือนเดิม เพราะนอกจากหุ้นที่มีอยู่ในพอร์ตเดิมพลิกฟื้นกลับมาแล้ว ยังมีหุ้นที่เข้าไปช้อนซื้อช่วงที่หุ้นลงหนักๆ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำได้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าตลาดหุ้นจะกระทิงแค่ไหน นักลงทุนก็ควรจะมีเงินสดไว้รองรับบางส่วน ไม่ใช่โถมใส่หุ้นเต็ม100% ไม่เช่นนั้นจะเสียโอกาส

สอดคล้องกับมุมมองของ เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส ที่ให้แง่คิดการลงทุนในตลาดหุ้นว่า การตัดสินใจลงทุนในหุ้นแต่ละครั้งจะต้องมองที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ดัชนีหุ้นมีขึ้นก็มีลงได้ ในช่วงพักฐานราคาหุ้นอาจจะปรับลดลงตามดัชนีได้ แต่ยามใดที่ตลาดฟื้นกลับมา หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ มีอัตราการขยายตัวของธุรกิจที่ดี จะเป็นกลุ่มที่พลิกฟื้นกลับมาพร้อมๆ กับตลาดโดยรวม ส่วนหุ้นเก็งกำไรขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่ขาดพื้นฐานรองรับ คงต้องใช้เวลากว่าจะฟื้นกลับขึ้นมา

นักลงทุนในประเทศยังคงเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันในประเทศ และดูเหมือนว่ากลยุทธ์การลงทุนจะเหนือชั้น
กว่าต่างชาติเสียด้วยซ้ำ เพราะในยามที่ต่างชาติถล่มขายออกมาก็จะมีแรงรับจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยในประเทศ ซึ่งย้อนกลับไปดูข้อมูลการลงทุนย้อนหลังช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 3 พ.ค. จะพบว่า นักลงทุนต่างชาติจะมียอดขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 17,291 ล้านบาท ส่วนสถาบันในประเทศเป็นฝ่ายซื้อสุทธิกว่า 35,365 ล้านบาท ส่วนภาพรวมการลงทุนที่เหลือของปีนี้จะเป็นอย่างไร ตลาดหุ้นจะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบได้หรือไม่ คงต้องอาศัยแรงส่งจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก