ฮิลลารี่ คลินตัน เตรียมจะลงสมัครเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สมัยหน้าปี 2016 จริงหรือ?
ถ้าถามผม, คำตอบคือ “ต้องดูปัจจัยจากนี้อีกหนึ่งปี”
ถ้าถามฮิลลารี เอง, เธอจะตอบกว้าง ๆ ลอย ๆ ชนิดไม่ผูกพันตัวเองว่า “อนาคตเป็นเรื่องของอนาคต”
แปลว่าเธอไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยืนยัน ซึ่งในภาษาการเมืองแปลว่า ยังพร้อมที่จะเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา
และเธอก็บอกว่า ไม่ใช่เรื่อง “เปลี่ยนใจ” เพราะเธอไม่เคยบอกใครว่าได้ “ตัดสินใจ” ว่าอย่างไร
แวดวงการเมืองสหรัฐฯ หลายฝ่ายเชื่อว่าฮิลลารี กำลังคิดเรื่องนี้อย่างหนัก แม้แต่สามี อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ก็ออกปากเชียร์ให้เธอกระโดดเข้ามาชิงที่นั่งทำเนียบขาวอีกรอบหนึ่ง เพราะคราวที่แล้วที่แพ้บารัก โอบามา นั้นเป็นเรื่องผิดคาดโดยสิ้นเชิง ใครจะเชื่อว่านักการเมืองหน้าใหม่และไม่มีฐานเสียงเดิมอย่างโอบามา จะสามารถเอาชนะฮิลลารี ที่ได้สั่งสมประสบการณ์และความน่าเชื่อถือมายาวนานเช่นนั้น
แต่อารมณ์การเมืองของคนมะกันช่วงนั้นโดนใจกับ คำว่า Change ของโอบามา มากพอที่จะโหวตให้เขา ประกอบกับคนรุ่นใหม่และการหาเสียงผ่าน social media ที่คึกคักยิ่ง ทำให้การเมืองพลิกโฉมไปได้อย่างน่าประหลาดใจ
คราวหน้าอาจจะเป็นทีของฮิลลารี แล้ว
แต่ปีนี้เธออายุ 65 หากตัดสินใจลงสมัครอีก 4 ปีข้างหน้าเธอก็จะเฉียด ๆ 70 ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องกลายเป็นประเด็นถกแถลงกันในแวดวงการเมืองสหรัฐฯไม่น้อย
อีกทั้งสุขภาพเธออาจจะเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่มีการซักถามได้ เพราะก่อนจะหมดเทอมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ของรัฐบาลโอบามา1 เพียงไม่กี่สัปดาห์ ฮิลลารี หกล้ม บาดเจ็บที่หัว และต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่หลายวัน ทำให้เกิดคำถามว่า อีก 4 ปีจากนี้ไป ร่างกายเธอจะฟิตพอที่จะต้องลุยหาเสียงอย่างสมบุกสมบันได้หรือไม่
อะไรทำให้เกิดข่าวคาดการณ์ว่าเธอจะสมัครตำแหน่งประธานาธิบดี?
1. เธอประกาศจะเขียนหนังสือซึ่งจะวางตลาดปีหน้า อันเป็นจังหวะครึ่งทางของเทอมที่สองของโอบามา และเหมาะเจาะกับการเปิดตัวหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า
2. เธอรับงานพูดในที่สาธารณะถี่มากขึ้น สะท้อนว่าเธอจะไม่หลบหายไปจากวงการเมืองง่าย ๆ
3. กลุ่มผู้สนับสนุนเธอเปิดเว็บไซต์หลายแห่งรวมถึง www.readyforhillary.com ซึ่งประกาศว่า “อเมริกาพร้อมสำหรับฮิลลารี แล้ว และเราต้องการความช่วยเหลือจากท่านเพื่อว่าเมื่อเธอพร้อมจะรับการท้าทายครั้งใหม่ เราก็จะอยู่ในภาคสนามพร้อมที่จะช่วยเหลือเธอ” เว็บไซต์แห่งนี้เชิญชวนให้ผู้สนับสนุนส่งเงินบริจาคมาช่วยเหลืออย่างคึกคักอีกด้วย
4. โพลหลายสำนักอ้างว่าคนอเมริกัน จำนวนไม่น้อยพร้อมจะลงคะแนนให้เธอเป็นผู้นำคนต่อไป
ฮิลลารี ประกาศเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หลังจากที่โอบามา ประกาศตั้งยอห์น เคอร์รี่ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศต่อจากเธอว่า
“ดิฉันออกจากการเมืองของการเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว และดิฉันไม่มีความตั้งใจที่จะกลับไปสู่การเมืองแต่อย่างใด”
แต่กระนั้นก็ตาม เธอก็ปรากฏตัวในที่สาธารณะบ่อยขึ้นและแสดงความเห็นในประเด็นร้อน ๆ เช่นสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกันได้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไม่น้อย
สัปดาห์เดียวกันนั้นเธอก็ออกงานปราศรัยอีกสองงาน ว่าด้วยประเด็นบทบาทของสตรี ที่เธอต้องการเห็นให้มีความคึกคักมากกว่าเดิม
โพลล์ทำโดยมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งบอกว่าฮิลลารี นำคู่แข่งจากพรรครีพับบลิกัน (ที่คาดว่าอาจจะเป็น ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซี Chris Christie) ถึง 45% ต่อ 37% ทีเดียว
เอาไว้ถ้าผมเจอฮิลลารีจะกระซิบถามไถ่มาเล่าให้ฟัง









