วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"รอดตัวไป" ไป สำหรับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี หลังจากที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ไม่ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน

เกี่ยวกับการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กรณีปล่อยเงินกู้ 30 ล้านบาท ให้แก่บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ที่มี อนุสรณ์ อมรฉัตร สามี ถือหุ้นอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตรวจสอบหลักฐานแล้ว พบว่า การกู้เงินมีอยู่จริง และไม่พบความผิดปกติใดๆ แต่ให้เก็บข้อมูลนี้ไว้เปรียบเทียบกับตอนที่นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง

+++ นอกจาก "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" จะโล่งอกแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย และอีกหลายคนในพรรคเพื่อไทย ก็คงโล่งใจไปตามๆ กัน เพราะหากว่า ยิ่งลักษณ์ ต้องมากระเด็นหลุดเก้าอี้นายกฯ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ความปั่นป่วนวุ่นวายและความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยคงจะตามมาอย่างแน่นอน แม้ไม่ถึงขั้นพลิกเปลี่ยนขั้วการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก็ตาม

+++ ในทางกลับกัน ก็คงมีหลายคนเหมือนกันในพรรคเพื่อไทย ที่แอบหวังลึกๆ ว่า อยากให้ ป.ป.ช. ฟันนายกฯ ด้วยกรณีนี้ เพื่อที่ตัวเองจะได้มีโอกาสขึ้นแท่น "รักษาการนายกรัฐมนตรี" สักครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่บางคนที่ยังไม่เคยเป็นรัฐมนตรี ก็อยากเป็นให้ได้สักครั้งหนึ่ง เช่นกัน

+++ การที่ ยิ่งลักษณ์ ยังคงยืดลมหายใจบนเก้าอี้นายกฯ ได้อีกต่อไป ทำให้ "ไพ่" ที่ ทักษิณ เตรียมไว้สำหรับเป็นตัวตายตัวแทน ก็ยังไม่ถูกเปิดขึ้นมา

+++ กระนั้นก็ตาม แม้ว่า ยิ่งลักษณ์ จะรอดพ้นกรณีนี้ไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายกรณีให้ลุ้นระทึก โดยเฉพาะกรณี "กู้เงิน 2 ล้านล้าน"

+++ เพราะว่า อดีต ส.ส.ร. ปี 2550 ได้ร่วมกันยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ต่อ ป.ป.ช. ไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่า คณะรัฐมนตรี ได้กระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ด้วยเหตุที่กระทำการที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติได้

+++ กรณีนี้ ก็คงต้องรอฟัง ป.ป.ช. ว่า จะรับไว้ดำเนินการไต่สวน และส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาพิพากษาต่อไปหรือไม่ ไม่นานเกินรอคงได้รู้ผลกัน

+++ นานๆ โผล่มาที เมื่อวานนี้ อักขราทร จุฬารัตน อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ปาฐกถาหัวข้อ "บทบาทของกฎหมายต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย" เนื่องในวันสัญญาธรรมศักดิ์ โดย อักขราทร กล่าวตอนหนึ่งว่า มีนักวิชาการคนหนึ่งออกมาระบุการทำหน้าที่ขององค์กรตุลาการ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ จะไปตรวจสอบการทำหน้าที่องค์กรนิติบัญญัติได้อย่างไร ตนแปลกใจมากที่ออกมาพูดเช่นนี้ เพราะยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดพลาด รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้ ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบทุกฝ่ายว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ตรวจสอบการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

+++ อักขราทร ระบุว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเรื่ององค์ความรู้ กฎหมายเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้ระดับพื้นฐาน ซึ่งคนที่ไม่รู้กฎหมายและคิดว่าตนเองเป็นตัวแทนประชาชน จะมีใครมาเหนือกว่าตนไม่ได้ แต่ในระบบรัฐสภานั้นต้องมีองค์กรคอยตรวจสอบการทำหน้าที่ คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่านักกฎหมายเป็นผู้ที่ทำให้แตกแยก แต่แท้จริงแล้วกฎหมายนั้นมีชีวิต คนที่ใช้กฎหมายต้องเข้าใจกฎหมายอย่างถ่องแท้ ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือออก แล้วจะตีความกฎหมายได้

+++ อักขราทร ยังกล่าวถึงความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ว่า ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่ากลไกที่มีอยู่ที่ให้ประชาชนสามารถยื่นผ่านอัยการสูงสุด หรือ ศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงนั้น ก็เป็นการเขียนตัวบทกฎหมายเพื่อยอมรับในกติกา กรณีของอัยการ หากประชาชนมั่นใจในองค์กรนี้ ว่า มีความยุติธรรมและตรงไปตรงมา โดยไม่มีการประวิงเวลา หรือทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจ ปัญหาเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น