วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จากประชาธิปไตยครึ่งใบสู่การเมือง “ไพร่-อำมาตย์” (3)

การสถาปนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยครึ่งใบต้นทศวรรษ 2520 ในเงื่อนไขของการประสานผลประโยชน์ระหว่างระบบราชการ กลุ่มทุนการเงิน (กลุ่มหลัก)

กลุ่มทุนอุตสาหกรรม และกลุ่มทุนท้องถิ่น ได้ฝังลึกลงในระบบสังคมการเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง กลุ่มทุนใดที่มีท่าทีที่จะเข้ามาแทรกการแบ่งสรรอำนาจนี้ก็จะถูกขจัดออกไปอย่างเด็ดขาด ตัวอย่างของการเติบโตของกลุ่มทุนการเงินไฟแนนซ์ (ที่สำคัญ เช่น กลุ่ม PSA : กลุ่มตึกดำ ซึ่งเป็นกรณีที่น่าศึกษาอย่างยิ่งในทางการเมือง) ซึ่งโผล่ขึ้นมาในช่องว่างของดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากก็ถูกทำลายไปในช่วงกลางทศวรรษ 2520

กระบวนการสร้างระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยครึ่งใบมีความซับซ้อนไม่น้อย นอกจากการใช้ฐานของอำนาจในการควบคุมแล้ว การขยายตัวของรัฐทางด้านบริการก็ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรก เพราะการเกิดขึ้นของระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบต้องการแก้ไขปัญหาการขยายตัวของพรรคคอมมิวนิสต์ไทยที่เริ่มเข้มแข็งขึ้นจากเงื่อนไขความยากจนในชนบท ดังนั้น จึงพบว่างบประมาณที่ผันไปสู่ชนบทเพื่อ “พัฒนา” จึงเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ และความพยายามที่จะบูรณาการงานของรัฐในชนบทเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงเวลานี้ บทบาทของนักวิชาการที่ทำงานพัฒนาชนบทมีเพิ่มมากขึ้นมาก (คุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นหนึ่งในผู้สร้างกลไกอำนาจรัฐที่เข้าไปจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัฐกับชนบท)

การขยายตัวของรัฐทางด้านการบริการนี้ได้ดึงเอาชาวบ้านในชนบทเข้ามาสัมพันธ์กับรัฐเข้มข้นมากกว่าเดิมและถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง “ชาวบ้าน” เข้ามาสู่การเป็น “พลเมือง”

ขณะเดียวกัน ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยครึ่งใบก็ได้สร้างอุดมการณ์ชุดหนึ่งขึ้นมารองรับ/สนับสนุนระบอบของอำนาจด้วย อุดมการณ์นี้มีพื้นฐานที่สำคัญอยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนขึ้นมาในรูปแบบใหม่โดยสร้างและขยายระบบเกียรติยศของสังคมให้แผ่ออกไปครอบคลุมมิติต่างๆ ของสังคมไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ประทานให้แก่สามัญชนคนทั่วไปก็ปรากฏขึ้น

อุดมการณ์ชุดนี้ก็ได้สร้างและตอกย้ำจินตนาการ "สังคมไทยในอุดมคติ" ที่งดงามขึ้นมา หน่วยงานเกี่ยวกับการสร้างอัตลักษณ์ไทยทั้งหลายก็ได้เกิดขึ้นมา เช่น สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ (2523) ซึ่งงานหลักของหน่วยงานลักษณะนี้ ได้แก่ การสร้างจินตนาการให้คนได้รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของสังคมไทยที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใครในโลก และสามารถดำรงอยู่ได้ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ สถานบันศาสนา สถาบันชาติ และสถาบันการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทางเป็นประมุข

การสร้างจินตนาการ “สังคมไทยในอุดมคติ” เช่นนี้ ได้ดึงเอากรอบความเข้าใจ “สังคมชนบทไทย” สมัยก่อนมาเป็นตัวแบบ แต่ได้ประสานเข้ากับความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อชาวบ้านในชนบท ด้วยการเน้นให้เห็นถึงพระราชกรณีย์กิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมองให้แก่ชาวชนบทที่ลำบากยากแค้นทุกแห่งหน

การขยายตัวของอำนาจรัฐในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยครึ่งใบทั้งทางด้านการใช้กำลังควบคุม ทางด้านการบริการรูปแบบต่างๆ และทางด้านอุดมการณ์ ดังกล่าวมานี้ ได้ทำให้สังคมไทยทั้งหมดดำรงอยู่ในความคิดทางการเมืองที่สงบนิ่ง การท้าทายจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยก็ยุติลงในกลางทศวรรษ 2500 การขยายตัวทางเศรษฐกิจอันเกิดจากการลงทุนจากต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้ภาพความรุ่งโรจน์ของสังคมไทยภายใต้การปกครองของระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบถูกขับให้เด่นมากขึ้น

ท่ามกลางการขยายตัวของรัฐทุกมิติและภาพความรุ่งโรจน์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ทำให้ความคิดที่เน้นว่าให้ “คนดี” เป็นผู้ปกครองบ้านเมือง จึงเข้ามามีความหมายที่สำคัญทางการเมืองมากกว่าคนที่มาจากการเลือกตั้ง

การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ถูกสร้างขึ้นในทศวรรษ 2520 ได้ฝังลึกเข้าไปในระบบอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดทางการเมืองของสังคมไทย โดยเฉพาะกับคนชั้นกลางในเขตเมืองที่มีชีวิตเติบโตมาในช่วงดังกล่าว หากนับอายุถึงวันนี้ก็ประมาณสี่สิบ-ห้าสิบปีขึ้นไป คนกลุ่มนี้ได้มีโอกาสรับผลจากการขยายตัวทางการศึกษา โดยได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยปิดและเมื่อจบการศึกษาในทศวรรษ 2520 ก็ได้เข้าทำงานและก้าวหน้ามากขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างมากในช่วงนั้น

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คนชั้นกลางในเขตเมืองกลุ่มนี้จะรับรู้และแสดงความสำนึกว่าชีวิตและอนาคตของตนเองนั้นขึ้นอยู่กับระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ทางเป็นประมุข และเป็นระบอบการปกครองที่ต้องมี “คนดี” ขึ้นมาทำหน้าที่ เพราะการเติบโตของคนชั้นกลางกลุ่มนี้เกิดขึ้นภายใต้เสถียรภาพของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ

กลุ่มทุนหลักต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับผลประโยชน์จากการปกครองระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบนี้มากน้อยลดหลั่นกันไป ธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งรอดพ้นจากวิกฤติการณ์คนถอนเงิน (ที่เกิดจากข่าวลือจากหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ว่าธนาคารกำลังแย่เพราะพี่น้องของเจ้าของธนาคารที่ทำธุรกิจที่ฮ่องกงกำลังเจ้ง) ก็เพราะความช่วยเหลือจากผู้นำในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ กลุ่มทุนที่ทำธุรกิจด้านวัสดุก่อสร้างก็ได้รับสัมปทานแหล่งแร่/วัตถุดิบมากมายทั่วประเทศไทยในช่วงนี้ กลุ่มทุนอุตสาหกรรมการเกษตรที่สามารถเข้าถึงศูนย์กลางอำนาจก็เถลิงตนเองขึ้นได้อย่างเป็นสำคัญ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสังคมไทยในช่วงทศวรรษ 2520 เป็นต้นมาเกิดขึ้นจากการประสานกันของระบบราชการ กลุ่มทุน และพรรคการเมือง (ที่มีกลุ่มทุนท้องถิ่นเข้ามาร่วมด้วย) พร้อมกันนั้น ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนี้ก็ได้กระจายผละประโยชน์ลงไปสู่การสร้างคนชั้นกลางกลุ่มมหึมาขึ้นมารองรับ ดังนั้น ความเปลี่ยนแปลงใดๆ หากจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างดังกล่าวย่อมหมายถึงการสั่นคลอนชีวิตของคนทั้งหมดเหล่านี้

แม้ว่าหลังจาก พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยครึ่งใบก็ยังคงสืบเนื่องต่อมา แม้ว่าพลเอกชาติชายพยายามที่จะลดบทบาทของระบบราชการลงด้วยการสร้างบ้านพิษณุโลกและเน้นบทบาทพรรคการเมืองให้มากขึ้น แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จและนำมาสู่ความขัดแย้งและการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

การขึ้นมามีอำนาจของนายกรัฐมนตรีคนต่อๆ มา ไม่ว่าจะเป็นคุณชวน หลีกภัย คุณบรรหาร ศิลปะอาชา พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องยอมรับในอำนาจของการประสานกันของกลุ่มทุน ราชการ พรรคการเมือง และยอมรับอุดมการณ์หลักของสังคมการเมืองไทยที่ถูกสร้างขึ้นในระบอบประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ