โครงการรถยนต์คันแรกที่ได้รับการพูดถึงอย่างหนาหูอยู่ในขณะนี้ ถึงปริมาณรถยนต์กับความลื่นไหลของการจราจรทั้งในเวลาปกติและชั่วโมงเร่งด่วน
รวมถึงความขัดแย้งกับแนวคิดส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ
โครงการบ้านหลังแรกสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่มุ่งเอาใจผู้มีรายได้น้อย ที่แปลงร่างมีส่วนผสมมาจากโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนักอันลือลั่นในอดีต
โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รู้จักในชื่อ “โครงการบัตรทอง” ที่ขยายการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ ออกไป เพื่อการดูแลรักษาที่แท้จริงหรือคาดหวังผลทางการเมือง ?
โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่เพิ่มจำนวนเงินเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดแก่ผู้สูงอายุตาม
อายุที่เพิ่มขึ้น ที่สามารถเรียกคะแนนเสียงและสร้างสีสันทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง และบรรดาโครงการอื่นๆ อีกมากมาย สารพัดโครงการในรูป ‘ประชานิยม’ ที่สรรหามาแข่งขันเพื่อเอาอกเอาใจโดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดประชาชนหันมาให้การสนับสนุนพรรคการเมืองของตนเป็นประการสำคัญ
"ประชานิยม" ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากบุคคลหลายฝ่ายในรอบหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่ "ประชานิยม" เป็นทั้งพระเอกและผู้ร้ายในสายตาของประชาชนที่มีมุมมองต่างกัน กลายเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองหยิบฉวยมาใช้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ แม้จะทราบดีว่าเป็นสิ่งเสพติดมอมเมาให้ประชาชนหลงใหลไปกับสิ่งตอบแทนที่ได้จากการหยิบยื่นผลประโยชน์ในลักษณะ “ต่างตอบแทน” ในขณะที่ประชาชนบางส่วนอาจมีความต้องการประโยชน์ตอบแทนเหล่านั้นเพียงเพื่อให้ดำรงชีพอยู่รอดได้ในเวลานั้นๆ ขณะที่ประชาชนบางส่วนเห็นว่าการแลกแจกแถมในสไตล์ “ประชานิยม” ยังก่อให้เกิดประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ดีกว่าที่ตนเองจะไม่ได้รับอะไรเลย แม้ว่าสิ่งที่ได้รับจะไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของตนมากมายนักก็ตาม
เช่นนี้แล้วนับวันการแข่งขันเพื่อลดแลกแจกแถมตามแบบฉบับประชานิยมจึงกลายเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองต้องพยายามเสาะแสวงหาเพื่อนำมาตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยใช้ความพยายามเบี่ยงเบนหลีกเลี่ยงข้อห้ามที่กำหนดในบทบัญญัติของกฎหมาย ประชานิยมจึงมีแนวโน้มแข่งขันเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือผลประโยชน์ให้แก่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ บนฐานความคิด “ยิ่งแจกมากก็ยิ่งมีโอกาสมาก”
ถึงแม้ว่าหลายคนเคยได้ยินกรณีตัวอย่างประเทศที่มุ่งใช้นโยบายประชานิยมจนทำให้ประเทศประสบความเสื่อมทรามตกต่ำในที่สุด แต่ไม่เห็นว่าจะมีพรรคการเมืองใดแสดงความเดือดร้อนไม่เห็นด้วยกับการผลักดันแข่งขันนำนโยบายประเภทนี้ออกมาใช้แต่อย่างใด มีแต่การโหมกระแสการลดแลกแจกแถมให้ประชาชนอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพื่อสร้างความมั่นใจในชัยชนะทางการเมืองของตนให้เหนือคู่แข่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ว่าหากพรรคการเมืองไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนด้วยการนำเสนอผลักดันผ่านนโยบายในแบบประชานิยม ความเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ทางการเมืองก็มีเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้น จึงเป็นไปได้อย่างมากว่าเราจะได้เห็นการแข่งขันหยิบยื่นประโยชน์ตอบแทนผ่านนโยบายประชานิยมที่พิสดารแปลกใหม่ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอย่างแน่นอน
ดังนั้น หากเราไม่สามารถปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงจาก "ประชานิยม" อันทรงพลังที่เป็นไปตามกระแสของกลไกทางการเมืองนี้ได้แล้ว ทำไมเราจึงไม่สนับสนุนให้พรรคการเมืองหันมาแข่งขันกันสร้างนโยบาย "ประชานิยมเชิงสร้างสรรค์" ที่มีเนื้อหาสาระลึกซึ้งมากกว่า "การให้ในรูปสิ่งของหรือในเชิงมูลค่าอย่างไม่ลืมหูลืมตา" มาสู่ "การให้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหรือการต่อยอดทางความคิด" เพื่อให้เนื้อหาสาระในนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองเป็นการตอบสนองความต้องการอย่างถูกต้องและคุ้มค่า
...เป็นการให้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพแห่งการเป็น "ผู้ให้" ของบรรดาผู้รับผลประโยชน์จากนโยบายในปัจจุบัน ให้เป็นผู้รับที่พร้อมจะเป็น "ผู้ให้ที่รู้จักการให้" อย่างถูกต้องในอนาคตกับบุคคลอื่นเฉกเช่นเดียวกับที่ตนได้รับอยู่ในเวลานี้ เป็นผู้รับที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้รับอย่างแท้จริงมากกว่ามองเห็นเป็นแค่เพียงการแลกเปลี่ยนหรือตอบแทนชั่วครั้งชั่วคราว เป็นผู้รับที่ชาญฉลาดรู้เท่าทันโดยมีจิตสำนึกว่าสิ่งที่ตนได้รับเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมไม่ใช่ของผู้มีอำนาจหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่มักจะแอบอ้างว่าเป็นผู้มอบให้ราวกับว่าสิ่งของหรือผลตอบแทนต่างๆ เหล่านั้นเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลหรือกลุ่มพรรคพวกของตน ที่นำมามอบให้โดยไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด
ดังนั้น ประชานิยมที่เหมาะสมจึงควรมีพัฒนาการในการหล่อหลอมสร้างกระบวนการทางความคิดแก่ประชาชนบนเงื่อนไขต่างตอบแทนที่ถูกต้องเหมาะสมระหว่าง "ผู้ให้" และ "ผู้รับ" โดยไม่มุ่งกอบโกย แข่งขันเอารัดเอาเปรียบเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์ที่มากกว่าและไม่เป็นธรรม หากเป็นดังนี้แล้วการจัดสรรประโยชน์ของพรรคการเมืองและการรับผลตอบแทนของประชาชนก็จะเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ประชานิยมเป็นนโยบายซ้ำซากที่มุ่งจะแข่งขันเพื่อนำเสนอมุมของการ "ให้" ที่ปราศจากคุณค่าที่แท้จริงใดๆ แต่เพียงอย่างเดียว
หากกระแสของประชาชนถูกปลุกให้หันมาสนับสนุนพรรคการเมืองแข่งขันกันสร้างนโยบาย "ประชานิยมเชิงสร้างสรรค์" ที่ไม่ใช่แค่เพียง “การให้เพื่อวันนี้....แต่เป็นการให้เพื่ออนาคต” เราจะได้ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ “คนที่ตระหนักรู้ลึกซึ้งถึงคุณค่าของการเป็นผู้ให้และผู้รับไปพร้อมๆ กัน” เช่นนี้แล้ว เชื่อว่าทิศทางการเมืองไทยก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากอันเกิดจากจิตสำนึกที่เปลี่ยนแปลงไปของประชาชน
...อาจกล่าวได้ว่า "ประชานิยมเชิงสร้างสรรค์" ...คือสิ่งที่ท้าทายสังคมการเมืองไทยในเวลาต่อไป









