วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เรื่องเมาท์ๆ ของผู้รับเหมา ประมูลงาน'น้ำ'3.5แสนล้าน

อภิมหาโปรเจคที่ต้องจับตาดูในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นการคัดเลือกผู้ยื่นเสนอกรอบแนวคิด ในโครงการออกแบบก่อสร้าง

ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งมีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติทั้งไทยและต่างชาติรวม 6 กลุ่ม

ภาครัฐได้แบ่งงานในโครงการนี้ออกเป็น 10 Module แต่ละ Module มีผู้ผ่านการพิจารณา 3 ราย ที่น่าสนใจ คือ มีเพียง 2 รายที่เข้ารอบทั้ง 10 Module คือ บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น หรือ เค. วอเตอร์ จากเกาหลี และ กลุ่มไอทีดี-เพาเวอร์ไชน่า จอยท์เวนเจอร์ ซึ่งมี บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จับมือกับพันธมิตรสัญชาติจีน

หลังจากนี้เอกชนแต่ละกลุ่มต้องเสนอรายละเอียดใน 3 หัวข้อ ตามเงื่อนไขทีโออาร์ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ คือ ข้อเสนอด้านเทคนิค กรอบระยะเวลาดำเนินการ และวงเงินค่าก่อสร้าง โดยผู้ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิคทุกรายจะได้รับการเปิดซองราคา และผู้เสนอค่าก่อสร้างต่ำสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล

ที่ผ่านมา ดร.อภิชาติ อนุกูลอำไพ ประธานอนุกรรมการวิชาการและวิเคราะห์โครงการ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ระบุชัดเจนว่าโครงการที่จะได้รับงบประมาณต้องเป็นโครงการที่ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และแม้ว่าจะใช้วิธี Design build แต่ค่าก่อสร้างจะไม่บานปลายแน่นอน เพราะเป็น Design Build with Maximum Guarantee Price โดยเอกชนต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งหมด และภาครัฐจะรับภาระตามวงเงินที่กำหนดในแต่ละโครงการเท่านั้น

แต่ด้วยความที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องก่อสร้างในหลายพื้นที่ของประเทศ และที่สำคัญเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก หลายฝ่ายจึงห่วงใยว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ และการใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์จะเป็นไปอย่างคุ้มค่าหรือไม่ เพราะเงินลงทุนในโครงการนี้มาจากเงินกู้

แม้ภาครัฐยืนยันว่าการดำเนินโครงการน้ำจะเป็นไปอย่างรัดกุม และมีโอกาสน้อยมากที่โครงการจะไม่ประสบความสำเร็จซ้ำรอยโครงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโฮปเวลล์ โครงการคลองด่าน หรือโครงการโรงพักทั่วประเทศ

แต่วันนี้สังคมไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะไม่มีนอกมีใน เพราะรู้กันอยู่ว่าการประมูลงานก่อสร้างในบ้านเรามีปัจจัยเรื่องเงินใต้โต๊ะเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่อให้ปฏิเสธอย่างไร แต่ก็รู้ๆ กันว่าเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง

บรรดาผู้รับเหมาคุยกันว่าการประมูลงานทุกวันนี้ต้องจ่ายสูงถึง 30% ของวงเงินค่าก่อสร้างจึงจะได้งาน ผู้รับเหมาบางรายจึงต้องจับมือกับบริษัทต่างชาติ เพราะจ่ายเองไม่ไหว ต้องหาคนมาร่วมด้วยช่วยกันแชร์ ส่วนงานจะสำเร็จหรือไม่ คุณภาพของงานจะเป็นอย่างไร...นั่นเป็นเรื่องของอนาคต

เช่นเดียวกับโครงการประมูลน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งมีเสียงร่ำลือหนาหูว่ามีข้อตกลงจัดสรรงานกันเรียบร้อยแล้ว โดยให้ต่างชาติรับงานฟลัดเวย์ ส่วนผู้รับเหมารายใหญ่ของไทยจะรับผิดชอบงานเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ส่วนงานที่เหลือขึ้นอยู่กับว่าใครจ่ายมากจ่ายน้อย ขณะที่บริษัทที่ถูกวางตัวให้รับงานคลังข้อมูล ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบไอที พยายามต่อรองให้รวมงานคลังข้อมูลทั้งสอง Module มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท ให้เป็นงานเดียวกัน

...ก็หวังว่าคงเป็นแค่เรื่องเมาท์ๆ กันในวงผู้รับเหมา เพราะว่าภาครัฐคงไม่ปล่อยให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นแน่นอน...