ยังไม่ทันได้เกิดก็ทำท่าจะดับเสียแล้ว สำหรับโครงการใหญ่ "เวิลด์เอ็กซ์โป 2020" ที่ไทยเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพในอีก 7 ปีข้างหน้า
เมื่อ"นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวชัดเจนว่า โครงการนี้ต้องทบทวน พร้อมให้ผู้เกี่ยวข้องกลับไปศึกษาว่า คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ถ้าไม่คุ้มก็ไม่ควรทำ!. เพราะรัฐบาลต้องรับผิดชอบชี้แจงต่อสาธารณชน
ประเด็นเรื่องการทบทวนโครงการ เปิดมาพร้อมๆ กับผลการศึกษา ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ทำหนังสือถึงนายนิวัฒน์ธำรง รายงานสถานะของโครงการว่า การที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป ต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกกว่า 4 หมื่นล้านบาท และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่งานอีก 3 หมื่นล้านบาท
รายได้หลักต้องมาจากผู้เข้าชมงานในประเทศเป็นหลัก และจากประมาณการผู้เข้าชมงานจำนวน 37 ล้านคน จะต้องเป็นคนภายในประเทศ 30 ล้านคน ฟังแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องยากพอสมควร
ขณะที่นายธงชัย ศรีดามา กรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ในฐานะองค์กรผู้รับผิดชอบโครงการนี้ตั้งแต่ต้น ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล ว่าจะให้ระงับโครงการ จึงยืนยันได้ว่าไทยจะยังเดินหน้ากระบวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ต่อไป แม้จะต้องมีการลงทุนถึง 4 หมื่นล้านบาท แต่จากแผนงานคาดว่าจะมีรายได้เข้ามา 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถระบุว่ารายได้มาจากส่วนไหนบ้าง ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมและไม่มีความชัดเจนในเรื่องแผนใช้พื้นที่หลังจบงาน
ยิ่งฟังก็ยิ่งสับสน ขณะที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องบอกว่าจะเดินหน้าต่อ แต่ตัวแทนรัฐบาลผู้มีอำนาจกลับแสดงท่าทีเพิกเฉย แถมส่งสัญญาณว่าจะไม่สนับสนุน กลายเป็นประเด็นโยงใยไปถึงปมการเมือง ถึงขั้นว่ารัฐบาลไทยยุคที่พรรคเพื่อไทยนั่งเป็นผู้บริหารหลัก มีออเดอร์ลงมาชัดเจนว่า ประเทศไทยจะถอนตัวจากเวทีนี้ เพื่อเปิดทางให้คู่แข่งสำคัญ รัฐ "ดูไบ" ที่เสนอชิงงานนี้ในนามสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี พร้อมโยงไปถึงอดีตนักการเมืองผู้พำนักพักพิงอยู่ที่ดูไบเวลานี้ว่าเป็นต้นตอของคำสั่ง
แต่ก็ไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยันประเด็น"ออเดอร์เพื่อการเมือง"ได้ชัดเจน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน โดยไม่ต้องอิงการเมืองก็คือ หากรัฐบาลนี้ไม่เอาโครงการเวิลด์เอ็กซ์โป สิ่งที่คนทั่วไปรับรู้ได้คือ รัฐบาลนี้ปฏิเสธที่จะสานต่อโครงการจากรัฐบาลชุดก่อน เรื่องนี้เป็นประเด็นการเมืองแน่ ..
ห้ามโครงการไม่ให้เดินหน้าได้ แต่ห้ามคนไม่ให้คิดคงไม่ได้!.. และที่สำคัญห้ามความเสียหายของภาพลักษณ์ประเทศไม่ได้เช่นกัน
ภาพจะออกมาชัดเจนว่า ทุกอย่างสั่งหยุดได้..เพราะการเมือง แม้การเสนอชิงงานระดับโลก ที่เตรียมงานมาล่วงหน้าแล้ว 2-3 ปี องคาพยพต่างๆ ขับเคลื่อนไปแล้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของพื้นที่ 5,200 ไร่ที่บางไทร ลงทุนพัฒนาบางส่วนรองรับ คนคิดงานผ่านขั้นตอนคอนเซปต์ จนมายืนอยู่อันดับ1 ของผู้ชิงงานแล้ว
และเมื่อต้นเดือนม.ค. 2556 ตัวแทนของ Bureau of International Expositions (BIE) เดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่จัดงานแล้ว แต่เมื่อเข้าพบนายกรัฐมนตรีของไทย ก็ไม่ได้รับคำยืนยันใดๆ
..ฤางานนี้จะสามารถหยุดได้จริงเพราะ.. คำสั่ง!
แม้ไม่มีหลักฐาน แต่หากงานยุติลงกลางคัน ใครจะเชื่อว่า.. ล้มชิงงานเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ครั้งนี้ไม่เกี่ยว..การเมือง!









