การชุมนุมประท้วงหรือการก่อม็อบของพนักงาน และกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทการบินไทยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ด้วยเหตุผลไม่พอใจกับโบนัส 1 เดือน และต้องการให้มีการปรับเงินเดือนพนักงานในอัตรา 7.5% อ้างเหตุผลว่า อำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการการบินไทยได้ส่งสาส์นช่วงปีใหม่ถึงพนักงาน บอกผลประกอบการปี 2555 อยู่ในระดับที่ดีมาก
ปัญหาการชุมนุมประท้วงของพนักงาน ที่ยึดโยงเอาโบนัสและการปรับเงินเดือนมาเป็น "ตัวประกัน" แน่นอนว่าเรื่องนี้หาแนวร่วมไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนบุคคล อาการของคนเห็นด้วยมีอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นทุกครั้งที่ผลประโยชน์ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย กระแสการเรียกร้องของการชุมนุมเกิดขึ้นไม่ยาก
แต่หากว่าย้อนกลับไปดูการชุมนุมกี่ยุคกี่สมัย ปัญหาใหญ่เกิดจากสิ่งที่พนักงานมองว่าไม่เป็นธรรมกับผลประโยชน์ที่จะได้ ไม่เฉพาะแต่เงินเดือนหรือโบนัส
เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา มีพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น (DK) ฝ่ายบริการอุปกรณ์ภาคพื้น (D2) และ ฝ่ายบริการบนเครื่องบิน (DQ) ลูกเรือรวมตัวกัน เรียกร้องให้ฝ่ายบริหารปรับสัญญาจ้างพนักงานกลุ่มนี้ให้เป็นพนักงานประจำ เพราะมองว่าเป็นการทำสัญญาจ้างไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรมกับพนักงาน เป็น "สัญญาทาส" ที่สำคัญพนักงานกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อการให้บริการ เป็นงานเฉพาะด้าน เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ควรได้รับการดูแล ไม่เช่นนั้นอาจจะกระทบต่อความมั่นคงของบริษัทได้ นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งของการประท้วง
"เป้าหมายใหญ่ของพนักงานการบินไทย ดูเหมือนว่าจะมีตรงกัน นั่นคือ พุ่งชน..ประธานบอร์ด หรือไม่ก็ดีดีการบินไทย" จะเห็นว่าการประชุมที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ผลกรรมส่วนใหญ่จะตกอยู่ที่ฝ่ายบริหารเป็นส่วนใหญ่
การประท้วงรอบนี้ดูเหมือนว่าจะพุ่งชนไปที่ อำพน แบบเต็มๆ เจ้าตัวรู้ไหม...ย่อมรู้ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเวลานี้ อำพน เปรียบเสมือน "ไม้เบื่อไม้เมา" ทั้งในส่วนของพนักงาน และสหภาพฯ รวมไปถึงผู้บริหารบางส่วน ไม่เหมือนอดีตที่ออกจะหวานแหวว แต่อาจจะด้วยเหตุผลที่ อำพน อยู่ในตำแหน่งนี้นานเกินไปหรือไม่? หรือเป็นเพราะอำพนเข้าไปทำอะไรที่ไม่เข้าหูเข้าตาใคร หรือเป็นเพราะพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย อย่างไหนคือของแท้
แต่ที่น่าแปลกใจ คือ การประท้วงรอบนี้เกิดอะไรขึ้น ถึงได้พุ่งเป้าไปที่อำพน ใช่ประเด็นการเรียกร้องโบนัส หรือการขอเพิ่มเงินเดือนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพราะอาการหมั่นไส้กับสาส์นของประธานที่ส่งถึงพนักงาน โดยยกเหตุผลว่าคณะกรรมการและฝ่ายบริหารรักษาการช่วยกันกอบกู้บริษัทให้พ้นวิกฤติขึ้นมาอีกครั้งจนกลับมามีกำไร ใกล้เคียงกับปี 2552 ที่มีกำไรถึง 7,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2551 การบินไทยขาดทุน 20,000 ล้านบาท เห็นจะได้
สาส์นของประธานบอร์ดยังให้ความหวังทำนองว่า ปีนี้พนักงานจะได้โบนัสไม่ต่ำกว่า 1 เดือน แต่หากกำไรเท่ากับปี 2552 แน่นอนว่าความหวังของพนักงานย่อมมีมากกว่าที่ได้รับ แต่เอาเข้าจริงดูเหมือนว่าจะมีกำไรสุทธิไม่ถึงพันล้าน ตรงนี้ใช่หรือไม่ที่เป็นต้นเหตุความไม่พอใจ จนนำไปสู่การ "ไม่ต้องการประธานคนนี้" ไม่นับรวมถึงความไม่ชอบที่เป็นเดิมพันอยู่แล้ว
การบินไทย เป็นองค์กรที่ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ธรรมดา เข้าข่ายแดนสนธยาเข้าไปแล้ว ใครต่อใครมักเห็นองค์กรแห่งนี้เป็นแหล่งผลประโยชน์กันไปหมด ในการบินไทยถ้ามีเรดาร์หรือเครื่องตรวจจับ จะรู้ว่าองค์กรแห่งนี้ไม่ธรรมดา ซ้ำร้ายไปกว่านี้ลึกๆ แล้ว แว่วมาว่าเริ่มมีการแบ่งกลุ่มแบ่งขั้วในลักษณะ "เลือกข้าง" ไปแล้วในระดับผู้บริหาร...







