วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระวัง! เพื่อนบ้านแซงหน้าเราทีละคนสองคน

เศรษฐกิจไทยปีใหม่นี้ไม่เลวร้ายนัก หากนักการเมืองไม่ทำเละเสียก่อน เพราะผมเชื่อว่าเอกชนไทย

มีความเก่งกล้าสามารถที่จะเอาตัวรอดได้ และหากได้รับการสนับสนุนจากรัฐเพียงพอ ก็อยู่ในฐานะที่จะประชันขันแข่งกับเพื่อนบ้านได้ไม่อายใคร

ผมตรวจอาการของเพื่อนบ้านรอบๆ เราแล้ว ก็เห็นชัดเจนว่าคนอื่นเขาก็กำลังออกวิ่งลู่เดียวกับเราอย่างคึกคักเช่นกัน
อินโดนีเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ กำลังโลดแล่นไปได้สวย และด้วยเงื่อนไขบางประการที่ได้เปรียบเรา ไทยอาจจะถูกทิ้งอยู่ข้างหลังก็ได้ หากเราไม่เกาะติดกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วและฉับพลัน

อินโดนีเซีย บอกว่า อัตราโตทางเศรษฐกิจปีนี้ของเขา อาจจะโตได้ถึง 6.8% เทียบกับ 6.2% ของปีที่ผ่านมา (ของไทยเราประเมินไว้ที่ 5.00-5.5%) แม้ว่าเงินสกุลรูเปี๊ยะห์ของเขาจะอ่อน และจะมีความผันผวนเพราะการเลือกตั้งปีนี้ก็ตาม

เพราะว่าอินโดฯ มีประชากรมาก ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ การเมืองเข้าสู่โหมดประชาธิปไตยที่ผู้คนเคารพทั้งสิทธิและหน้าที่ นักลงทุนต่างชาติจึงหันไปแสดงความสนใจที่จะเข้าไปคึกคักกว่าหลายปีที่ผ่านมา

ความไม่แน่นอนก็มีให้เห็น เช่น กระแส “ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ” และแรงงานที่เรียกร้องสวัสดิการสูงกว่าเดิมมาก
แต่ปัจจัยบวกมีมากกว่าด้านลบ จึงทำให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของอินโดฯ มีสูงกว่าเดิมมาก

การลงทุนต่างประเทศทางตรง หรือ foreign direct investment (FDI) กระโดดจาก $21 พันล้าน เป็น $29 พันล้าน ในปีนี้ เพราะบริษัทต่างประเทศวิ่งเข้าไปตั้งฐานที่อินโดฯ จากที่เห็นศักยภาพระยะยาว

รายงานความสามารถในการแข่งขันของอินโดฯ ประเมินโดย World Economic Forum ให้อินโดฯ อยู่อันดับที่ 25 ของโลก อยู่เหนือไทยและมาเลเซียด้วยซ้ำไป

และหากแนวโน้มยังดำเนินไปเช่นนี้ ในอีก 17 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจของอินโดฯ จะไต่ขึ้นใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกได้ทีเดียว

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ก็กำลังผงาดขึ้นอย่างน่าสนใจยิ่ง

ตลาดหุ้นของฟิลิปปินส์คึกคักตลอดปีที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ที่โดดเด่นของเอเชีย ไม่แพ้ของไทย

เงินเปโซของฟิลิปปินส์มีความเข้มแข็งไม่น้อย ขณะนี้สูงสุดใน 4 ปี เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจเกือบทุกด้านกระเตื้องขึ้นอย่างน่าสังเกต

อัตราเติบโตผลผลิตมวลรวมของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6% ซึ่งสูงกว่าของไทยและสูสีกับอินโดฯ

ที่น่าสนใจ คือ ประชากรของฟิลิปปินส์เมื่อเปรียบเทียบกับของประเทศอื่น เช่น ไทยแล้ว มีอายุน้อยกว่า ถือว่าเป็นประเทศที่มี “ประชากรวัยทำงาน” มากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดบอกว่า ประเทศไทยเรามีคนวัยเกิน 65 ปี สูงที่สุดในเอเชีย ซึ่งสะท้อนว่าคนวัยทำงานจะต้องสร้างรายได้เพื่อค้ำจุนคนมีอายุเป็นภาระหนักขึ้นทุกที

ข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่งของเขา คือ ค่าแรงยังต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้สามารถแข่งขันในแง่แรงงานที่ถูกกว่าชาติอื่น จึงเอื้อต่อการขยายตัวทางอุตสาหกรรมหลายๆ ด้าน

แหล่งรายได้สำคัญอีกด้านหนึ่งที่ไทยเราไม่มี คือ ประเทศฟิลิปปินส์มีรายได้จากพลเมืองประมาณ 9.5 ล้านคน (เกือบ 10% ของประชากรทั้งหมด) ทำงานอยู่นอกประเทศและส่งรายได้กลับบ้านอย่างต่อเนื่องและเป็นกอบเป็นกำ
ปี 2011 เงินส่งกลับบ้านส่วนนี้มีสูงถึง $20 พันล้าน เทียบกับ $7.5 พันล้าน เมื่อปี 2003 ซึ่งแปลว่าเขาสามารถสร้างรายได้จากข้างนอกเพื่อหนุนเนื่องเศรษฐกิจในบ้านของตัวเองอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับพม่าแล้ว คงไม่ต้องบอกว่าเศรษฐกิจจะพุ่งพรวดพราดไปเพราะการที่ต่างชาติแห่แหนกันเข้าไปลงทุนอย่างไรบ้าง

มองไปรอบๆ บ้านแล้ว ไทยเราต้องหันมามองตัวเอง เพื่อเสริมศักยภาพให้เข้มแข็งมากกว่าที่เป็นอยู่ อย่างเอาจริงเอาจังกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เพราะหาไม่แล้ว เราจะถดถอยจากหัวแถวลงมาอยู่กลางๆ และหากไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับความเป็นไป เราก็อาจจะไปอยู่ท้ายแถวของอาเซียน

หากเราฟังทางการที่บอกว่า “เรายังดีอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วง” ผมก็ยิ่งห่วงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าทีเดียว