วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุขุมพันธุ์'ลั่นฟ้อง'ธาริต'กลับ ยันไม่ผิด

"สุขุมพันธุ์"ลั่นทำถูกกฎหมาย ไม่ผิดทุกข้อหา ยันฟ้องกลับแน่ ด้านพท.จี้ปชป.เลิกกดดันดีเอสไอคดีบีทีเอส

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอในคดีอนุมัติต่อสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสโดยไม่มีอำนาจ ซึ่งใช้เวลานาน 2 ชั่วโมงว่า ตนได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้กระทำความผิด และไม่เข้าใจข้อกล่าวหาบางข้อ เช่น บางประเด็นมีการกล่าวหาเป็นการทำในทางส่วนตัว ทั้งนี้ที่จริงแล้วการกระทำต่าง ๆ ต้องฟ้องในฐานะผู้ว่าฯกทม. ที่ผ่านมายืนยันว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย อยากให้เรื่องดังกล่าวดำเนินการไปตามกระบวนการโดยไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง สิ่งใดที่ตนต้องทำ เช่น การขึ้นศาลเพื่อต่อสู้คดีตนก็จะทำ อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญาบีทีเอส เพราะต้องการให้คนกรุงเทพฯมีระบบการขนส่งที่ดี และบีทีเอสก็คือระบบขนส่งที่ต้องการพัฒนาเพราะเป็นการขนส่งที่ดีระดับโลก ดังนั้น เรื่องดังกล่าวตนจะมีการฟ้องร้องเอาผิดกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แน่นอนส่วนจะเป็นคดีใดบ้างนั้นยังต้องปรึกษากับทีมทนายความก่อน

ด้านพ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีการต่อขยายสัมปทานบีทีเอส กล่าวภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.ในข้อหาร่วมกันประกอบกิจการรถราง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามประกาศคณะปฎิวัติฉบับที่ 58 ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมทั้งนำหลักฐานและเอกสารมาประกอบคำให้การ แต่สำหรับในประเด็นอื่นดีเอสไอแจ้งไปแล้วไม่ได้เตรียมเอกสารมา ก็จะมอบหมายให้ทนายนำเอกสารหลักฐานที่เหลือมาให้กับพนักงานสอบสวนภายใน 15 วัน

โดยเบื้องต้นม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ชี้แจงในประเด็นทั่วๆไป เช่น การมอบหมายภารกิจให้กับรองผู้ว่าฯกทม.เป็นผู้ลงนามแทน ซึ่งดีเอสไอต้องการหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีจริงหรือไม่ เพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงว่า ผู้ว่าฯกทม.รู้เห็นเป็นใจ หรือมีการปล่อยปละละเลยให้มีการต่อสัญญาขยายสัมปทานหรือไม่อย่างไร ส่วนกรณีที่ผู้ว่าฯกทม.มอบอำนาจให้รองผู้ว่าฯกทม.ลงนามอนุมัติในสัญญาแทนนั้น จะสามารถหยิบยกเป็นข้อต่อสู้ได้หรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด

พ.ต.ท.ถวัล กล่าวอีกว่า สำหรับผู้บริหารกทม.ที่ถูกเรียกเป็นผู้ต้องหารายอื่นๆนั้น ขอเลื่อนนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 15 ม.ค. นี้ ขณะที่ผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ขอเลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 16 ม.ค. ทั้งนี้ในส่วนของผู้ต้องหาที่เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ ดีเอสไอไม่ได้เรียกหลักทรัพย์ประกันตัวและไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ หลังการเข้ามอบตัวรับทราบข้อหาจึงอนุญาตให้เดินทางกลับทุกราย

ส่วน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.เตรียมฟ้องดำเนินคดีอาญานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณีให้ผู้ว่าฯกทม.และคณะมารับทราบข้อกล่าวหาการลงนามสัญญาว่าจ้างโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสโดยมิชอบว่า ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์อย่าใช้อำนาจกดดันการทำงานของดีเอสไอ ควรจะปล่อยให้ดีเอสไอทำงานต่อไปตามปกติจะดีกว่า