วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"เอซุส" โหมศึกแทบเล็ต หวังชิงส่วนแบ่งเพิ่ม10%

"เอซุส" เกาะเทรนด์แทบเล็ตโตสูง ประเดิมไตรมาสแรกเปิดตัวกว่า 8 รุ่น ราคาเริ่มต้น 5,000 บาท ตั้งเป้าสิ้นปีชิงส่วนแบ่ง 10%

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอซุสเริ่มโหมหนักตลาดแทบเล็ตอย่างเต็มรูปแบบ โดยในไตรมาส 1 จะเปิดตัวสินค้าใหม่ 8 รุ่นราคาตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปจนถึงระดับไฮเอนด์ เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด 10% จากปัจจุบันต่ำกว่า 1% เน้นแพลตฟอร์มแอนดรอยด์

ทั้งนี้เชื่อว่า ตลาดรวมแทบเล็ตไทยจะเติบโตก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมาที่มียอดขายราว 1.8 ล้านเครื่องและคาดว่าจะสูงกว่า 2 ล้านกว่าเครื่องในปีนี้ ส่วนโน้ตบุ๊คคาดว่าจะโตได้เพียง 5% ยอดขาย 2.3 ล้านเครื่อง

"ผมมองไอทีไทยปีนี้ค่อนข้างทรงตัว ทว่าเริ่มเห็นกำลังซื้อกลับมาบ้างแล้ว คาดว่าช่วงไตรมาสที่ 2 สถานการณ์จะดีมากขึ้น" นายพรเทพกล่าว

อย่างไรก็ตามเอซุส วางกลยุทธ์โดยให้ความสำคัญ 3 ส่วนหลักคือ นำสินค้าใหม่เข้ามาให้ครอบคลุมทุกตลาด ทั้งแทบเล็ต โน้ตบุ๊ค และสมาร์ทโฟน โดยจะเน้นเฉพาะสินค้าระดับกลางถึงไฮเอนด์ราคาราว 2.7 หมื่นบาท พร้อมกับยกเลิกการทำตลาดเน็ตบุ๊ค โดยจะทยอยขายเครื่องที่เหลืออยู่หลักพันเครื่อง

ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายบริษัทยังมีแผนพัฒนาต่อเนื่อง จากปัจจุบันครอบคลุมผู้ค้าทั่วประเทศแล้ว 70% โดยจะให้ความสำคัญกับห้างไฮเปอร์มาร์ทและช่องทางขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ภายในสิ้นปีตั้งเป้าว่าจะทำให้คู่ค้าเดิมที่มีอยู่นำสินค้าของเอซุสไปขายมากขึ้น

ขณะเดียวกันเนื่องจากโครงสร้างการทำตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตต่างจากโน๊ตบุ๊คดังนั้นบริษัทกำลังเข้าไปเจรจากับช่องทางขายโทรศัพท์มือถือ รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อบันเดิลสินค้าไปด้วยกัน ทั้งมีแผนเพิ่มบุคลากรตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์และทีมงานขายเข้ามาดูแล

นอกจากนี้ภายในไตรมาส 1 บริษัทยังได้เตรียมเปิดศูนย์บริการหลังการขายในนามเอซุสเฟสแรก 2 แห่งที่จังหวัดเชียงใหม่และนครศรีธรรมราช เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและทิ้งห่างคู่แข่งในพื้นที่ที่เป็นผู้นำอยู่แล้ว ส่วนเฟสถัดคาดว่าจะเน้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าภายในสิ้นปีจะได้เห็น 4 แห่ง ปีนี้ใช้งบการลงทุนด้านการตลาดราว 3-5% ของยอดขาย

นายพรเทพกล่าวต่อว่า ยังได้เตรียมนำเข้าสินค้ากลุ่มอุปกรณ์เสริมสำหรับแทบเล็ตและโน้ตบุ๊คเพื่อช่วยคู่ค้าชดเชยช่องว่างส่วนต่างกำไรของโน้ตบุ๊คที่ลดลง ทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้เอซุสแบรนด์ผู้ผลิตที่มีสินค้าตอบโจทย์ทุกความต้องการ

“แม้การแข่งขันของตลาดไอทีจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ความต้องการสินค้าของผู้บริโภคก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนของเราจะใช้แทบเล็ตเป็นตัวชูโรง ควบคู่ไปกับสินค้ากลุ่มโน้ตบุ๊คที่รองรับระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 และหน้าจอทัชสกรีน”

บริษัทตั้งเป้าการเติบโตปี 2556 ไว้ราว 35-40% สัดส่วนมาจากโน้ตบุ๊ค 80% สมาร์ทโฟนและแทบเล็ตรวม 20% พร้อมรักษาอันดับ 2 ตลาดโน้ตบุ๊คไทย โดยจะชิงส่วนแบ่งการตลาดมาให้ได้ 20% จากปีที่แล้วที่ได้15-16%

"เรากำลังมีความพร้อมเต็มที่ทั้งด้านสินค้า บุคลากร และช่องทางการจัดจำหน่าย ในขณะที่คู่แข่งหลายๆ แบรนด์ค่อนข้างแผ่วไปทั้งภายในไทยเองและตลาดต่างประเทศ” นายพรเทพเผย

พร้อมกับกล่าวถึงความคืบหน้าการบุกตลาดพีซีพม่าว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนการหาบุคลากรทั้งคนไทยและคนท้องถิ่นเข้ามาเสริมทัพ ขณะนี้เริ่มเข้าไปพัฒนาช่องทางจัดจำหน่าย เบื้องต้นจะเข้าเปิดช็อปร่วมกับดีลเลอร์ท้องถิ่น ส่วนลาว กำลังเจาะไปตามจังหวัดที่มีศักยภาพ แต่ทั้งนี้ทั้ง 2 ประเทศคงไม่อาจรับรู้รายได้ได้ในเร็วๆ นี้

"เป็นการปูทางเพื่อรองรับโอกาสในอนาคต ซึ่งเราเห็นว่าที่พม่ามีแนวโน้มการเติบโตที่สูงมาก ทั้งมีความต้องการการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการเข้าไปลงทุนทำการค้าของนักธุรกิจหลายๆ ชาติ" นายพรเทพกล่าว