คอนโดขนาดพื้นที่เท่าแมวดิ้นตายในราคาประหยัดไม่เกิน 3 ล้านบาท นอกจากจะเป็นคำตอบสำหรับการใช้ชีวิตของคนกรุง ยังเป็นโจทย์ท้าทายผู้บริหารโครงการที่จะทำให้พื้นที่ไซส์มินิเพียง 25 ตารางเมตรเป็นที่ยอมรับของลูกค้า
คอนโดขนาดพื้นที่เท่าแมวดิ้นตายในราคาประหยัดไม่เกิน 3 ล้านบาท นอกจากจะเป็นคำตอบสำหรับการใช้ชีวิตของคนกรุง ยังเป็นโจทย์ท้าทายผู้บริหารโครงการที่จะทำให้พื้นที่ไซส์มินิเพียง 25 ตารางเมตรเป็นที่ยอมรับของลูกค้า
"หัวใจสำคัญของการดีไซน์ห้องชุด คือทำให้ดูใหญ่กว่าขนาดจริง ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นในเรื่องของสีสว่างสดใส และฟังก์ชันที่ต้องครบเครื่องทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ" โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN) กล่าว
ปรับไซส์ลดราคา
สมัยก่อนการเลือกที่อยู่อาศัยที่มีบริเวณกว้างๆ อาจมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เมื่อความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม ความต้องการเทคโนโลยี และวัฒนธรรม ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนหันกลับมามองที่อยู่อาศัยที่เน้นให้ความสะดวกสบายและความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนเรื่องของขนาดกลายเป็นเรื่องรองในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับชนชั้นกลาง เพราะปัจจุบันคอนโดมิเนียมขนาดเล็กคือคำตอบสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองนั่นเอง
สอดคล้องกับตัวเลขการวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าในปี 2555 มีอาคารชุดเปิดตัวใหม่จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 63,500 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับจำนวนอาคารชุดเปิดตัวใหม่ในปี 2554 ที่มีโครงการอาคารชุดเปิดตัวใหม่จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 45,000 หน่วย โดยโครงการอาคารชุดพักอาศัยยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในอัตราร้อยละ 60 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอัตราร้อยละ 50 ในปี 2554
แนวโน้มการลดพื้นที่ห้องชุดเริ่มชัดเจนขึ้น จากยุคแรกๆมีขนาดพื้นที่ใช้สอย 40 ตารางเมตร ต่อมาลดเหลือ 36 และ 32 ตารางเมตร ล่าสุดอยู่ที่ 25 ตารางเมตร เหมาะกับกำลังซื้อไม่เกิน 1-3 ล้านบาท
ด้วยข้อจำกัดของขนาดพื้นที่แต่ความต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ไม่ได้ลดตาม สถาปนิกจึงต้องออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยมีความเป็นอเนกประสงค์หรือมัลติฟังก์ชันมากขึ้น โดยอาศัยความก้าวหน้าของการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โต๊ะอาหารที่พับเก็บหรือเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานได้ หรือ Sofa Bed ใช้พักผ่อนในเวลากลางวันและเป็นเตียงนอนในเวลากลางคืน
ที่สำคัญในการออกแบบควรจะคิดภายใต้ข้อจำกัดในเรื่องของขนาดที่น้อยที่สุดที่ยอมรับได้ (Minimum Standard) ซึ่งผู้ออกแบบต้องใส่ใจในรายละเอียด ลงลึกถึงขนาดและตำแหน่งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ตำแหน่งการเจาะประตูและหน้าต่างและเส้นทางสัญจรต้องเสียพื้นที่น้อยที่สุด
"สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้หลักการออกแบบแบบ Inside-Out ด้วยการสำรวจความต้องการของกลุ่มลูกค้า จากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และออกแบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องให้คุ้มค่ามากที่สุด" โอภาสกล่าว
เทคโนโลยีเซฟพื้นที่
ในแง่ของอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน อาจไม่มีผลโดยตรงกับการออกแบบคอนโดมีเนียมไซส์มินิ แต่มีผลทางอ้อม ยกตัวอย่างเช่น โทรทัศน์จอบางน้ำหนักเบาสามารถแขวนผนังได้ ทำให้ตู้ตั้งวางโทรทัศน์หมดความจำเป็น ความสามารถแบบมัลติฟังก์ชันของอุปกรณ์หลายๆ อย่าง ก็เอื้อต่อการออกแบบห้องชุดให้มีขนาดเล็กลง
ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของที่อยู่อาศัยที่มีราคาแพง ได้สร้างนวัตกรรมที่สุขภัณฑ์สองชิ้นอยู่รวมกันเพื่อลดพื้นที่ของห้องน้ำลง สิ่งที่ว่าคือการรวมอ่างล้างหน้าและโถชักโครกไว้ด้วยกัน น้ำล้างมือจะไหลลงไปเก็บไว้ในถังพักน้ำของชักโครก ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและเป็นการรักษาสภาวะแวดล้อมไปด้วยในตัว
“แต่ในทางกลับกัน ถ้านำสุขภัณฑ์ชิ้นนี้เข้ามาใช้ในเมืองไทยคงมีคำถามมากมาย หลายๆ ผลิตภัณฑ์ดีแต่ไม่เหมาะกับจังหวะเวลา ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับ แต่เชื่อว่าอนาคตวิถีการใช้ชีวิตของคนเมืองบ้านเราก็คงไม่ต่างจากญี่ปุ่น” โอภาสกล่าวและมั่นใจว่า อีกไม่นานจะมีห้องชุดขนาด 20 ตารางเมตรหรือเล็กกว่านั้น ออกมาท้าทายความสามารถของเจ้าของโครงการอย่างแน่นอน









