รมว.พลังงาน เลื่อนขึ้นราคาแอลพีจี จนกว่าจะได้ข้อสรุปจำนวนประชาชนที่ต้องอุดหนุน
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานต้องเลื่อนระยะเวลาการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ออกไป จากเดิมที่กำหนดปรับขึ้นราคา 50 สตางค์ต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ.-ธ.ค. 2556 ทั้งนี้ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากต้องรอให้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)จัดทำการสำรวจกลุ่มผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ เพื่อช่วยชดเชยราคาแอลพีจีให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะปรับขึ้นราคาได้
ด้านนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่จะประชุมภายในเดือนนี้ จะมีวาระสำคัญที่จะยกเข้าสู่ที่ประชุม ได้แก่ การขอขยายกรอบเวลาการตรึงราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน และขนส่ง ออกไปอีก 2-3 เดือน เนื่องจากมติ กพช. เดิมที่ให้ตรึงราคาไปจนถึงวันที่ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 จึงจำเป็นต้องขอให้ต่ออายุมาตรการนี้ต่อไป เนื่องจากในขณะนี้ กระทรวงพลังงานได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ออกไปสำรวจข้อมูลผู้ที่มีรายได้น้อย และหาบเร่แผงลอยที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลืออุดหนุนราคาแอลพีจีจากรัฐบาล ซึ่งมีกำหนดที่จะเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว
"ในเบื้องต้นจะเข้าไปอุดหนุนราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนให้อยู่ในราคาเท่าเดิมในครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย ซึ่งจะมีครัวเรือนประมาณ 8.3 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ส่วนผู้ใช้แอลพีจีในหาบเร่แผงลอยคาดว่าจะมีประมาณ 5 แสนราย" นายสุเทพ กล่าว
นอกจากนี้ จะเสนอมาตรการ การให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง(ฟีทอินทารีฟ)สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่ใช้หญ้าเลี้ยงช้างเป็นเชื้อเพลิงในอัตรา 4.50 บาทต่อหน่วย และอาจเสนอฟีทอินทารีฟสำหรับโรงไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์ และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอื่นๆด้วยส่วนวิธีการชดเชยราคาแอลพีจีให้ภาคครัวเรือนและหาบเร่แผงลอยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือในที่ประชุมอนุกรรมกรรมการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยสำหรับการปรับขึ้นราคาแอลพีจีที่มีนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก






