วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอรื้อข้อมูลบีทีเอสส่วนต่อขยาย3จุด

ดีเอสไอขยายแผลบีทีเอส รื้อข้อมูลส่วนต่อขยาย 3 จุด เข้าข่ายสัมปทานที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรมว.มหาดไทย

พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีกทม.ต่อสัญญาสัมปทานให้บีทีเอส กล่าวถึงความคืบหน้าการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า ขณะนี้นางนินนาท ชลิตานนท์ รองปลัดกทม. เป็นผู้ถูกกล่าวหาเพียงรายเดียว จาก 11 ราย ที่ติดต่อกลับดีเอสไอ โดยยืนยันว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในวันที่ 9 ม.ค.แน่นอน ส่วนที่เหลือแจ้งว่าอยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายกฎหมาย ขณะที่นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่ากทม.ทำหนังสือแจ้งมายังดีเอสไอโดยระบุว่า ตามหนังสือที่ท่านแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหานั้น ขอเรียนว่า ได้ชี้แจงโต้แย้งไปแล้วว่า คดีเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรณีที่ดีเอสไอมีหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ จึงของให้ดีเอสไอพิจารณาแก้ไข เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของหนังสือรวมถึงให้ยกเลิกข้อกล่าวหา

"ในรายของนายธีระชนหากถึงกำหนดนัดในวันที่ 9 ม.ค.แล้วไม่เดินทางมาพบพนักงาสอบสวน ผมจะหารืออัยการพิจารณาออกหมายเรียกอีกครั้ง หากยังขัดขืนหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 จะพิจารณาขอออกหมายจับ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนเพราะคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติรับเป็นคดีพิเศษ การที่นายธีระชนอ้างว่าเป็นคดีในอำนาจป.ป.ช.ก็เป็นการตีความข้อกฎหมายไปเอง เพราะคดียังไม่มีการพิจารณาโดยศาล"พ.ต.ท.ถวัล กล่าว

พ.ต.ท.ถวัล กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่านอกจากการขยายสัมปทานบีทีเอสไปอีก 13 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้กทม.ยังได้ทำสัญญาก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าไปอีก 3 สาย คือ สายสีลม ช่วงตากสิน-เพชรเกษม ระยะทาง 5.3 กิโลเมตร สายสุขุมวิท(85-107) ช่วงอ่อนนุช-แบร์ริ่ง ระยะทาง 5.25 กิโลเมตร และสายตากสินส่วนต่อขยายวงเวียนใหญ่-ตลาดพูล ดังนั้นดีเอสไอจะหยิบยกมาประกอบการพิจารณาว่าเป็นการกระทำที่มีอำนาจหรือเป็นสัมปทานที่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้คดีดังกล่าวกฎหมายจะกำหนดโทษไว้น้อยคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่คดีทางแพ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านบาท เนื่องจากเป็นการทำสัญญาสัมปทานที่มีระยะเวลานานถึง 30 ปี