จากเหตุการณ์รุมโทรมหญิงนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียวัย 23 ปีบนรถโดยสารประจำทางที่กรุงนิวเดลลี ประเทศอินเดีย เมื่อเดือนก่อนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโลกและก่อให้เกิดการประท้วงในหลายแห่ง สำหรับสังคมไทยคงมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ติดต่อกันมาโดยตลอดเช่นกัน ประเด็นที่น่าสนใจและตั้งคำถามที่ต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์นี้คงเป็นเรื่องสถานการณ์สิทธิสตรีในบ้านเรา
ในแง่ข้อกฎหมายนั้นรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าชายและหญิงมีความเสมอภาคกัน แต่ในความเป็นจริงย่อมเข้าใจกันได้ว่าสถานการณ์ของสิทธิสตรีขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนของแต่ละสังคม และวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในเรื่องนี้ก็ย่อมสะท้อนการให้ความหมายเชิงคุณค่าของความเสมอภาคและเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์อย่างไร
เมื่อตั้งต้นตรวจสอบความคิดกันที่คุณค่าของความเสมอภาค อดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงไปถึงพื้นฐานเรื่องความยุติธรรมในสังคมไทยเพราะความยุติธรรมถือว่าเป็นพื้นฐานของความเสมอภาคระหว่างชายและหญิง ในที่นี้จึงขอนำสถานการณ์ด้านความยุติธรรมหรือการให้คุณค่าด้านความยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือตรวจสอบระดับวัฒนธรรมความเสมอภาคระหว่างชายและหญิงในสังคมไทย
คุณค่าของความยุติธรรมในแต่ละสังคมสะท้อนออกมาในทางปฏิบัติแตกต่างกัน สำหรับสังคมไทยก็เช่นกัน หากตั้งคำถามว่าความยุติธรรมคืออะไร มักจะได้รับคำตอบที่หลากหลายไม่ว่าจะหมายถึงความพึงพอใจของแต่ละฝ่าย ความเป็นกลาง การได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคล คำตอบเหล่านี้พอจะนำไปเป็นแนวทางหยาบๆ ในการเรียนรู้สถานการณ์สิทธิสตรีของสังคมไทยได้แค่ไหน เพียงใด
สถานภาพของสตรีไทยได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับเพศชายในการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ประจำวันสตรียังคงถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในกลุ่มผู้ใช้แรงงานไร้ฝีมือและลูกจ้างนอกระบบกฎหมายแรงงานซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อย แน่นอนว่าหนีไม่พ้นประเด็นของค่าจ้างที่ต่ำกว่า เรื่องของอนามัยแวดล้อมในการทำงาน และตามมาด้วยการรักษาโรคและการรักษาพยาบาลโรคอันเนื่องมาจากการทำงาน ด้วยเหตุที่ว่าแรงงานสตรีเป็นแรงงานที่ได้รับความนิยมจากเจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากกว่าแรงงานชาย จึงส่งผลให้แรงงานสตรีตกเป็นเหยื่อของการเลือกปฏิบัติอันไม่เป็นธรรมเป็นจำนวนมาก
นอกจากนั้นยังพบว่าจากสถิติคดีอาชญากรรม มีสตรีตกเป็นเหยื่อหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดทางอาญาเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์คือคดีชิงทรัพย์ คดีลักทรัพย์ คดีปล้นทรัพย์ ที่มักจะพ่วงกับคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย การเป็นเหยื่อของอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สตรีตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมดังกล่าว แต่ต้องมีข้อสังเกตว่าอาชญากรมักจะใช้เวลา สถานที่ และโอกาสกับสตรีที่เป็นเหยื่อมากกว่าชาย รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวที่มุ่งการคุ้มครองผู้เยาว์ที่เป็นสตรี และสตรีในครอบครัวก็ต้องยอมรับว่าสถิติคดีสูงขึ้น แม้ว่าการบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้จะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ทั้งๆ ที่ประกาศใช้มาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม
เมื่อพูดถึงสถิติอาชญากรรมก็คงต้องมุ่งประเด็นความผิดเกี่ยวกับเพศที่เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการคุ้มครองคุณธรรมทางกฎหมายเกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ความผิดฐานอนาจาร พบเช่นเดียวกันว่าสถิติคดีพุ่งสูงขึ้นไม่น้อยกว่าคดีประเภทอื่นและมีข้อสังเกตว่าอายุเฉลี่ยของเหยื่อสตรีจะมีทั้งต่ำลงและสูงขึ้นกว่าปกติ สิ่งเหล่านี้สะท้อนคุณค่าของความยุติธรรมในสังคม และเชื่อมโยงไปสู่การวิเคราะห์ถึงสถานการณ์วัฒนธรรมความเสมอภาคระหว่างชายและหญิงในสังคมไทยได้โดยตรง
เมื่อพูดถึงสถานการณ์ความเสมอภาคชายและหญิงโดยทั่วไปแบบไม่อ้างอิงข้อมูลทางวิชาการ แต่เป็นการสรุปโดยรวบรัด คงต้องกล่าวถึงทิศทางการเดินไปข้างหน้าบ้างก่อนที่สถานการณ์อันเลวร้ายจะเกิดซ้ำในสังคมไทย
วัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงและค่านิยมสังคมชายเป็นใหญ่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์สิทธิความเสมอภาคระหว่างชายและหญิง หากสังคมเห็นและยอมรับกันว่าการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบเป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรมและไม่ยุติธรรมก็น่าจะเป็นพื้นฐานทางสังคมที่ดีในการพัฒนาไปสู่สังคมแห่งความเสมอภาคระหว่างชายและหญิง
ส่วนค่านิยมสังคมชายเป็นใหญ่นั้น ถือว่าเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้ด้วยการย้ำเตือนและแสดงให้เห็นผลร้ายอันเกิดขึ้นจากค่านิยมที่ส่งผลต่อสตรี รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงผลดีของการส่งเสริมคุณค่าของความเสมอภาคด้วยการเน้นให้เห็นถึงศักยภาพและผลิตผลที่เพิ่มขึ้นของสตรี และแน่นอนว่าประชาธิปไตยในสังคมไทยย่อมเจริญงอกงามตามไปด้วย









