วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คิดบวกในโอกาสปีใหม่ แต่อย่าลืมเงื่อนไขที่เป็นไปได้

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2556

ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยกล่าวว่าต้องการเห็นปี 2556 "เป็นปีแห่งการคิดบวก เป็นปีที่คนไทยจะเข้าใจกันมากขึ้น ด้วยความรัก ความปรารถนาดี ที่มีให้แก่กัน เพราะเชื่อว่าทุกคนต่างก็ต้องการที่จะมีความสุขในชีวิต ต้องการให้ความปรองดองเกิดขึ้นในสังคมไทย และอยากเห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า"

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ว่า "รัฐบาลได้แก้ปัญหาเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน" และยังบอกอีกว่า "รัฐบาลจะทำงานอย่างหนักเพื่อตอบแทนความไว้วางใจ" และทำให้ไทยเป็นประเทศแห่งโอกาสสำหรับคนไทยทุกคน รวมทั้งยกระดับการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า เหมือนเมื่อครั้งที่เคยมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำในเอเชีย แต่เพราะความขัดแย้งทางการเมือง 5-6 ปีที่ผ่านมา ขีดความสามารถในการแข่งขันกลับชะลอหรือถดถอยลงในหลายด้าน

ในเรื่องการทำงานนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่ารัฐบาลประเทศไหนๆ ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อการบริหารประเทศกันทั้งนั้น แต่ประเด็นที่น่าสนใจของนายกรัฐมนตรีที่กล่าวในช่วงปีใหม่ในครั้งนี้ คือ อยากให้เป็นปีแห่งการคิดบวก ซึ่งบางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าการคิดบวกหมายถึงอะไรกันแน่ และยิ่งนักการเมืองไทยพูดถึงเรื่องการ "คิดบวก" ก็ยิ่งงงกันไปใหญ่ แต่กล่าวโดยสรุปว่าการคิดบวก หมายถึง การคิดในแง่ดี และคิดถึงปัญหา ว่ามีทางออกเสมอ หากเราพยายาม

หลักการประการหนึ่งของการคิดบวก ก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีทางออกให้เห็น เพราะว่าปัญหาบางอย่างหากพยายามหาทางออกมาอย่างทุกแง่มุมแล้ว หากยังไม่สามารถหาทางออกได้ คนที่อยู่กับปัญหาเหล่านี้ย่อมจะคิดบวกได้ยาก โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ และยืดเยื้อยาวนานจนแทบจะหาทางออกไม่เจอ ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงการเมืองไทยคงเป็นเรื่องยากที่จะให้คนไทยจำนวนมากคิดบวก แต่กลับยิ่งรำคาญและหมดหวังกับนักการเมืองมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อนายกรัฐมนตรีต้องการให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการคิดบวก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าต้องการให้คนไทยลืมๆ อดีตไปเสีย แล้วมาเริ่มต้นแก้ไขกันใหม่ แต่การเรียกร้องให้คนไทยคิดบวก นายกรัฐมนตรีต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถสร้างเงื่อนไขให้นำไปสู่การคิดเชิงบวกได้ หากปราศจากเงื่อนไข หรือสิ่งที่สร้างความหวังแล้ว เราก็เชื่อว่าการคิดเชิงบวกจะเกิดขึ้นได้ยากมาก โดยเฉพาะเชิงบวกเกี่ยวกับนักการเมืองและสภาพการเมืองไทยในปัจจุบัน แต่คนไทยอาจคิดเชิงบวกในมิติอื่นที่ไม่ใช่การเมือง

เราเห็นว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวให้คิดเชิงบวกและโยงกับเรื่องความปรองดองนั้น นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจพูดที่เกี่ยวกับการเมือง และไม่แน่ชัดว่านายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งทางการเมืองหรือกล่าวถึงเฉพาะฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น หากนายกรัฐมนตรีต้องการให้คนไทยคิดเชิงบวกกับปัญหาความปรองดอง นายกรัฐมนตรีก็ต้องสร้างความหวังให้เกิดขึ้น หรืออย่างน้อยให้เห็นว่าปัญหาที่กำลังเผชิญกันอยู่นี้ มีทางออก หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถทำได้ คำพูดก็ไม่มีความหมาย นอกจากเป็นการพูดในวาระตามพิธีการเท่านั้น