วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซัมซุงจะโค่นแอ๊ปเปิ้ลได้หรือไม่ ตัดสินกันที่ตลาดจีน

ปีนี้ ตลาดมือถือแข่งขันกันดุเดือดจริงๆ ครับ โดยเฉพาะรอบ 3-4 เดือนที่ผ่านมา

ปีนี้ ตลาดมือถือแข่งขันกันดุเดือดจริงๆ ครับ  โดยเฉพาะรอบ 3-4 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ซัมซุง เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปอย่างกาแล็กซี่ เอส3 ที่ขายไปได้ถึง 20 ล้านเครื่องในเวลา 100 วัน ทุบสถิติยอดขายของกาแล็กซี่เอส2 ที่ใช้เวลาถึง 10 เดือน กว่าจะขายได้ 20 ล้านเครื่องเท่ากัน

เมื่อเทียบกับยอดขายไอโฟนของไตรมาส 3 ปี 2555 ที่ขายไป 26 ล้านเครื่อง ก็นับว่าสมาร์ทโฟนตัวท็อปของซัมซุง มียอดขายไล่จี้ไอโฟนเข้าไปทุกขณะ

แน่นอนครับว่าซัมซุงมีสมาร์ทโฟนตัวท็อปอีกตัวที่เรียกว่าเป็นลูกผสมระหว่างมือถือกับแทบเล็ต คือ กาแล็กซี่โน้ต ที่มียอดขาย 10 ล้านเครื่องนับตั้งแต่เปิดตัวถึงเดือนสิงหาคม และคาดว่า กาแล็กซี่โน้ต 2 จะมียอดขายสูงกว่า 20 ล้านเครื่อง ซึ่งทั้ง 2 ซีรีส์นี้ มีโอกาสทำยอดขายรวมกัน สูงกว่าไอโฟน5

ผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2555 บริษัทมีกำไร 6.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 78%

เห็นได้ชัดครับว่าปีนี้ซัมซุงโดดเด่นและมีผลประกอบการที่ดีขึ้นกว่าปีก่อนมาก

สัญญาณแรก คือ ความสามารถในการแข่งขัน ที่ซัมซุง ไล่จี้แอ๊ปเปิ้ลขึ้นมาเรื่อยๆ ในตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นท็อป

สัญญาณต่อมา คือ ความสามารถในการทำกำไร

แม้ว่าปีก่อน ไอโฟนมีส่วนแบ่งกำไรจากยอดขายสมาร์ทโฟนทั้งตลาด สูงถึง 77% ขณะที่ของซัมซุงมีส่วนแบ่งกำไรเพียง 16% แต่ตัวเลขนี้ของปีนี้ กำลังจะเปลี่ยนไป

จากผลประกอบการล่าสุดของแอ๊ปเปิ้ล อัตราการเติบโตของทั้งกำไรและยอดขายที่เพิ่มจากเดิมเพียงเล็กน้อย โดยมียอดขายสินค้าเฉลี่ย (Average Selling Price) ลดลง และมีอัตราส่วน Profit Margin (กำไรสุทธิหารด้วยยอดขาย) ที่เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทในการทำกำไร ลดลงจากปีก่อน 0.5%

เป็นครั้งแรก Profit Margin ของแอ๊ปเปิ้ลลดลง

ผลประกอบการของแอ๊ปเปิ้ลในแต่ละไตรมาสทำลายสถิติมาตลอดครับ เป็นการทำกำไรจากราคาขายสูงที่สุดร่วมกับต้นทุนที่ต่ำที่สุด ไม่ต้องขายจำนวนมากก็กำไรมหาศาล

แต่ตัวเลขล่าสุด บ่งบอกว่า เมื่อต้องเผชิญการแข่งขันที่สมน้ำสมเนื้อมากขึ้นเรื่อยๆ แอ๊ปเปิ้ลก็เริ่มมีปัญหา เพราะคู่แข่งทั้งในตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต ใช้กลยุทธ์ของราคาเข้าโจมตี ทำให้ตลาดโดยรวมใหญ่ขึ้น คนหันมาสนใจสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตมากขึ้น แต่แอ๊ปเปิ้ล ไม่ได้ประโยชน์จากตลาดที่ใหญ่โตขึ้น เพราะผู้ใช้ใหม่ๆ ส่วนใหญ่หันไปซื้อของที่ราคาถูกกว่า

สัญญาณที่ 3 การสูญเสียส่วนแบ่งตลาด ในประเทศสำคัญๆ จากอันดับโทรศัพท์ขายดีของสี่เครือข่ายยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ เมื่อเดือนสิงหาคม พบกว่าไอโฟนเสียแชมป์ให้กาแล็กซี่เอส 3 ไปเรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลจาก Kantar Worldpanel บริษัทวิจัยตลาดชื่อดัง พบว่า ตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปอย่างเยอรมนี ส่วนแบ่งตลาดของไอโฟน ตกลงจาก 22% มาเหลือเพียง 11% โดยเสียแชมป์ให้แก่เจ้าตลาดคนใหม่อย่างกาแล็กซี่เอส 3 อีกเช่นกัน

สเปนยิ่งแล้วใหญ่ เพราะแอนดรอยด์ครองส่วนแบ่งตลาดรวมสูงถึง 84% ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรเลีย ต่างก็มีส่วนแบ่งตลาดของไอโฟนที่ลดลง มีอังกฤษประเทศเดียวที่ส่วนแบ่งตลาดของไอโฟนเพิ่มขึ้น แต่ก็เพียงแค่ 1% เท่านั้น เทียบกับแอนดรอยด์เพิ่มขึ้นกว่า 14% ถือว่าต่างกันมาก

กลุ่มประเทศอียู5 ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรป แอ๊ปเปิ้ลกำลังจะพ่ายให้แก่ซัมซุง ปัญหาหนึ่งของแอ๊ปเปิ้ลคือ ไม่สามารถขยายตลาดจากเดิมได้ โดยเฉพาะตลาดที่เรียกว่า “Emerging Market” ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมาก และแอ๊ปเปิ้ลทำได้ไม่ดีเอาเสียเลยในตลาดนี้ ปล่อยให้แอนดรอยด์ปักธงรบ กำชัยชนะและส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ข้างเดียว

ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศเม็กซิโกแอนดรอยด์ครองสัดส่วนอยู่ที่ 37% โตจาก 19% ของปีก่อน หรือเกือบสองเท่า ในขณะที่ไอโฟนตกลงจาก 8.6% เหลือเพียง 4.7% หรือจะเป็นประเทศบราซิลที่แอนดรอยด์ มีส่วนแบ่งตลาดโตจาก 20% ไปเป็น 47% และส่วนแบ่งตลาดของไอโฟนตกจาก 6.2% เหลือเพียง 2% เท่านั้น สาเหตุหลักๆ มาจากเรื่องของราคา ที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการซื้อโทรศัพท์ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ 

สัญญาณสุดท้าย การรุกตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และแหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของแอ๊ปเปิ้ลอย่างประเทศจีน ประธานซัมซุงออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางซัมซุงจะเอาจริงกับตลาดสมาร์ทโฟนในจีน และจะทำทุกอย่างเพื่อโค่นแอ๊ปเปิ้ลในตลาดจีนให้ได้

ซัมซุงเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิพในจีนด้วยเงินมหาศาลกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังลงทุนสร้างบริษัทก่อสร้าง บริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์ และบริษัทอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงข่าวที่หลุดรอดมาจากโต๊ะเจรจาระหว่างประธานซัมซุงกับนายลีกาชิง ถึงความร่วมมือกันระหว่างซัมซุงและฮัทชิสันวัมเปา เพื่อการสร้างเครือข่ายแอลทีอี และพัฒนาระบบการสื่อสารในจีน

เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ทำให้ซัมซุง กลายเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีนด้วยมูลค่าสูงที่สุด จนรองนายกรัฐมนตรีของจีน ต้องทำหนังสือขอบคุณในนามรัฐบาล เป็นการย้ำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างซัมซุงกับรัฐบาลจีนที่แน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งหมดนี้ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า แอ๊ปเปิ้ลจะต้องเจอกับการแข่งขันที่ยากมากขึ้นในอนาคต และไม่แน่ว่าจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ โดยจุดชี้เป็นชี้ตายที่สำคัญที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ คือ ประเทศจีน

คุณผู้อ่าน สามารถติดตามข้อมูล การวิเคราะห์ทางการตลาดที่น่าสนใจได้ที่ www.facebook.com/MktHub นะครับ :)