วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำไม่เอาไหนหน้าตาเป็นอย่างไร

หากผู้บริหารส่วนใหญ่ ยอมกลั้นใจถามตนเองว่า “ฉันเป็นหัวหน้าที่ไม่เอาไหนหรือไม่”

 หลายท่านถามแล้ว คงไม่แคล้วส่ายหน้าอย่างมั่นใจ ไม่ใช่แน่นอน

 ก็ผมไม่เคยโวยวาย ไม่กล่าวคำผรุสวาท ไม่ขาดสติ

 ดูๆ ไป ท่าจะ “เอาไหน” อยู่ครับ

 แต่...ก่อนจะฟันธงลงความเห็นใดๆ กรุณาฟังผลการศึกษาของสองที่ปรึกษาใหญ่ด้านการพัฒนาผู้นำ Jack Zenger และ Joseph Folkman ที่ทำการศึกษาเปรียบเทียบผู้นำที่ประสบความสำเร็จ กับ ผู้นำที่ล้มเหลว ตลอดจนศึกษาผลการประเมินพฤติกรรมผู้บริหาร 30,000 คน จากมุมมองของหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้องรวมกว่า 300,000 คน

 จากการเปรียบเทียบพฤติกรรมของผู้นำที่ไม่ประสบความสำเร็จ และผู้บริหารที่ได้คะแนนการประเมินต่ำที่สุด เป็นอันดับ 1-10% สุดท้ายในกลุ่ม นักวิจัยทั้งสองฟันธงว่า ผู้นำที่ไม่เอาไหนมีพฤติกรรมคล้ายกัน 10 ประการ

 ที่สำคัญ ความคล้ายกัน กลับไม่ใช่เป็นพฤติกรรมที่ผู้นำเหล่านี้  "ทำ" อาทิ ขี้โวยวาย หรือ โมโหร้าย 

 แต่ พฤติกรรมที่ทำให้เขาถูกมองว่าไม่เอาไหน กลับกลายเป็นสิ่งที่เขา "ไม่ทำ" มากกว่า

 พฤติกรรม 10 ข้อนี้มีอะไร โดยไล่เรียงลำดับตามความสำคัญ เรามาดูกันจากที่สำคัญสูงสุดก่อนค่ะ

 1 ผู้นำชืด ไม่สามารถกระตุ้นให้ผู้ตามมีพลัง และแรงบันดาลใจ ท่านเองก็มีพฤติกรรมทำงานแบบเรื่อยๆ เปื่อยๆ เฉื่อยเฉา ขาดพลัง นั่งตบยุง

 ลูกน้องน้ำดีรู้ว่าอยู่ทีมนี้อย่างไรๆ ก็ไม่รุ่ง แต่ยุงไม่กัด

 2 ผู้นำที่ไม่เข้มงาน ยอมรับงานแบบผ่านก็พอ โดยไม่ขอให้ลูกทีมทุ่ม ปล่อยให้ทีมทำงานแบบชิวๆ ทีมอื่นใดจะเหนื่อยยากลำบากแค่ไหนท่านไม่ว่า แต่ทีมข้า ใครอย่าแตะ

 ลูกน้องที่อยากสบาย จะปลื้มนายเช่นนี้

 แต่ลูกน้องที่อยากก้าวหน้า ขอเติบโตลืมตาอ้าปาก ยากที่จะศรัทธาหัวหน้าประเภทเน้นใจ แต่ไม่ได้งาน

 3 ผู้นำที่ขาดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัด ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหัวหน้าที่ไม่เอาไหน

 หากตนเองยังงงๆ มองไม่ขาด วาดฝันไม่ชัด ว่าจะนำทีมก้าวต่อไปที่ใด ก็คงได้แต่อาศัยบุญเก่า ลูกทีมเห็นอนาคตเน่ารำไร

 4 ผู้นำที่ทำงานเป็นทีมไม่เป็น ชอบเก่งเดี่ยว ไม่เอี่ยวอิงกับใคร จึงไม่มีเครือข่าย ส่งผลให้ลูกทีมกลายเป็นกระเทียมลีบตีบเพื่อนไปด้วย

 วันดีคืนดี ผู้นำประเภทนี้จะเห็นพรรคพวกในองค์กรเป็นคล้ายศัตรูคู่แข่ง เลยเอาแรงมาแก่งแย่งภายใน คนที่ดีใจที่สุดคือคู่แข่งตัวจริงนอกองค์กร

 5 ผู้นำที่ไม่เอาไหน พูดอย่างไร ต้องไม่ทำอย่างนั้น ขยันพูดอย่างทำอย่าง จนคนรอบข้างฟังแบบวรรค ฟังคำเว้นหลายคำ ฟังแบบขำๆ พอเป็นพิธี เพราะรู้ว่าลูกพี่ดีแต่แค่พูด

 6 ผู้นำที่ไม่เรียนรู้ ไม่ใช้ผิดเป็นครู ไม่รู้จักพัฒนา ผิดซ้ำผิดซาก พลาดแล้วทำโกรธโทษโน่นโทษนี่ พี่ไม่เคยทำอะไรผิด

 เมื่อสะกดจิตตนเองได้ จนเชื่อปักใจว่าไม่ใช่ฉันที่พลาด เลยขาดการเรียนรู้ ดูไม่จืด

 7 ผู้นำที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ใครเสนออะไรใหม่ ก็ทำไม่ได้ยิน แม้ได้ยิน ก็ไม่ได้ฟัง นั่งหูทวนลม

 ท่านมั่นใจว่าที่ทำมาดีอยู่แล้ว จะไปเปลี่ยนแปลงให้วุ่นวายทำไม ไม่เข้าท่า กรุณาอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน

 8 ผู้นำที่ไม่สนใจพัฒนาลูกน้อง มองว่าลูกน้องมีไว้ใช้งาน ไม่ได้มีไว้พัฒนา จ้างมาเพื่อให้ทำงาน หากต้องมาคอยสอน คอยป้อนความรู้ สู้ทำเองดีกว่า ชักช้า น่าเบื่อหน่าย

 หากทำงานไม่ได้ ก็กรุณาไตร่ตรองว่าจะอยู่ให้เกะกะ หรือจะพิจารณาตนเอง

 อย่างดี ผู้นำประเภทนี้มิได้ไม่เห็นความสำคัญของการพัฒนาทีม รู้ว่าต้องทำ เพียงแต่ยังไม่มีงบ ไม่มีเวลา ลูกน้องกรุณารอไป...ไม่มีกำหนด

 9 ผู้นำที่ไม่มีทักษะและจิตวิทยาเรื่องการบริหารคน ท่านเอะอะ ด่าทอ ถนัดทำให้ทีมท้อ ต่อว่าเสียๆ หายๆ ไม่ให้เกียรติใครๆ ไม่ใส่ใจดูแล

 เมื่อใดลูกน้องคนไหนได้คำที่คล้ายๆ ชม จะรู้สึกพะอืดพะอม ร้อนๆ หนาวๆ ไม่แน่ใจว่าพี่เขาจะเอาอะไร หรือเดาว่าท่านคงเป็นไข้ จึงไม่ปกติ

 10 ผู้นำที่ไม่ถนัดในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเข้าข่ายละล้าละลัง นั่งคิดแล้วคิดเล่า จนสถานการณ์จากสดกลายเป็นเน่า กลายเป็นปัญหาเก่าเรื้อรัง

 หรือท่านดูจะตัดสินใจได้อยู่ แต่ลืมเอาวิจารณญาณมาจากบ้าน การตัดสินใจจึงไม่ผ่านมาตรพื้นฐาน ส่งให้การทำงานเป็นเรื่องยากลำบากใจสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

 สรุปว่า ความยากในการปรับตัวปรับใจของผู้นำที่ไม่เอาไหน เกิดจากการไม่ตระหนักว่าเราเข้าข่ายหัวหน้าที่ไม่ได้ทั้งงานและใจจากคนรอบข้าง

 เพราะผู้นำปัจจุบันที่เข้าข่ายไม่ได้เรื่อง ส่วนใหญ่มิได้เกิดจากสิ่งที่ท่าน “ทำ” แต่เป็นส่วนที่ท่าน “ไม่ได้ทำ” ซึ่งเห็นได้ยากกว่า

 ผู้นำที่อยากพัฒนาตน จึงต้องตั้งสติอดทน หมั่นศึกษาตนเองด้วยใจเปิดกว้าง เพื่อจะสามารถ "เห็น" กระจ่างได้ ในสิ่งที่ "ไม่มี" ให้เห็น